บริษัทต่างชาติยังรอคอยนโยบายที่เป็นรูปธรรมและการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งกว่านี้ของจีน
บริษัทต่างชาติยังรอคอยนโยบายที่เป็นรูปธรรมและการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งกว่านี้ของจีน ส่งผลให้ช่วงสองเดือนแรกของการเปิดเขตการค้าเสรีแห่งใหม่ มีบริษัทต่างชาติดำเนินการเพียง 38 บริษัทเท่านั้น
ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาทางการจีนเปิดเขตการค้าเสรีหรือเอฟทีแซดในนครเซี่ยงไฮ้ พร้อมให้คำมั่นถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเงินหยวนเสรี แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า ข้อห้ามมากมายในเอฟทีแซดและการปฏิรูปการเงินที่ยังไม่ระบุเวลาชัดเจน ทำให้บริษัทต่างชาติลังเลที่จะเข้ามาตั้งบริษัท
รายงานทางการระบุว่า บริษัทต่างชาติที่ตั้งขึ้นใหม่ในเอฟทีแซดมี 38 บริษัท ทุนจดทะเบียนรวม 560 ล้านดอลลาร์ จำนวน 14 บริษัทหรือกว่าหนึ่งในสามมาจากฮ่องกง เขตปกครองอิสระของจีนที่นับว่าเป็นบริษัทจากต่างชาติด้วย นอกจากนี้ยังมีบริษัทจากสหรัฐ 6 บริษัท ญี่ปุ่น 6 บริษัท และสิงคโปร์ 4 บริษัท
จำนวนบริษัทต่างชาติดังกล่าวเป็นส่วนน้อยจากจำนวนบริษัททั้งหมดที่ลงทะเบียนในเอฟทีแซดจนถึงขณะนี้ 1,434 บริษัท แต่ทางการเซี่ยงไฮ้กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสิน เพราะเอฟทีแซดเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน
รองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้และหัวหน้าสำนักงานบริหารเอฟทีแซดของรัฐบาล "นายอ้าย เป๋าจุน" เปิดเผยว่า ไม่ได้รู้สึกผิดหวังในขณะนี้ สิ่งที่พูดได้คือมีความหวังว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดการปฏิรูปเร็วขึ้น พร้อมกล่าวด้วยว่า เอฟทีแซดกำลังเตรียมเผยรายละเอียดการปฏิรูปการเงิน รวมทั้งเปิดเสรีเงินทุนไหลเข้าออกและเปิดเสรีอัตราดอกเบี้ย แต่ยังไม่ระบุกำหนดเวลาแน่นอน
นอกจาก 38 บริษัทที่ก่อตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีบริษัทต่างชาติอีก 67 บริษัทที่ยื่นใบสมัครและรอการพิจารณา
ผู้ช่วยประธานคณะกรรมาธิการบริหารเอฟทีแซด "นายไต้ ไห่โป" กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งปกติ สถิติระยะสั้นไม่สามารถนำมาประเมินและสรุปเรื่องนี้ได้ ทั้งนี้ ยอดรวมทั้งหมดไม่รวมถึงสาขาธนาคารต่างชาติ 12 สาขาที่ได้รับอนุมัติให้ตั้งขึ้นในเอฟทีแซด อาทิ ธนาคารเอชเอสบีซีของอังกฤษ และซิตี้แบงก์ของสหรัฐ





