เชียงใหม่โดดเด่นด้านท่องเที่ยวและเป็นแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรมขึ้นชื่อ จึงริเริ่มกิจกรรม Creative Craft Tourism เพื่อสร้างรายได้ให้กับสมาชิก
"นับจากนี้ไปการพัฒนาหัตถกรรมภาคเหนือต้องปรับเปลี่ยนการทำงานเป็นเชิงรุก แม้ว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนเพิ่มขึ้นรอบด้าน และภาวะผันผวนเศรษฐกิจโลก แต่ยังเชื่อว่าท่ามกลางวิกฤติยังมีโอกาส" นายปิยะนันท์ มหานุภาพ นายกสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ ในฐานะหัวเรือใหญ่เปิดใจถึงแนวโน้มการยกระดับหัตถกรรมภาคเหนือให้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันพร้อมเข้าสู่เวทีการแข่งขันในตลาดอาเซียน และตลาดโลก
ผู้ประกอบการหัตถกรรมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับผลกระทบหลายเรื่อง สมาคมฯ จึงมุ่งหาตลาดใหม่ๆให้กับสมาชิก ทั้งรัสเซีย จีน และอาเซียนที่มีกำลังซื้อสูง
ทั้งนี้เชียงใหม่มีความโดดเด่นในเรื่องของการท่องเที่ยวและเป็นแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรมที่ขึ้นชื่อของประเทศ จึงริเริ่มกิจกรรม Creative Craft Tourism เพื่อสร้างรายได้ให้กับสมาชิก
กิจกรรมดังกล่าว ต่อเนื่องมาจากการเปิดตัวเว็บไซต์ www.handmade-chiangmai.com โดยจะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเที่ยวชมกระบวนการผลิตสินค้าหัตถกรรมอย่างใกล้ชิด เช่น การทำผ้าม่อฮ่อม การทำกระดาษสา เพื่อที่จะช่วยเล่าเรื่องราวของการผลิตสินค้า และยังทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์
ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้จัดตั้งฝ่ายหัตถกรรม เพื่อการท่องเที่ยวขึ้นมารองรับกิจกรรมดังกล่าว อันถือว่าเป็นการสร้างความแข็งแกร่งในปี 2558 เพราะมองว่าตลาดอาเซียนจะสร้างยอดขายมากขึ้น ประกอบกับภาครัฐสนับสนุนให้มีโครงการออกไปเปิดบูทแสดงสินค้ายังประเทศแถบอาเซียน โดยเฉพาะสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซียที่มีกำลังซื้อสูง จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะไปแสดงศักยภาพงานหัตถกรรมดีไซน์ที่โดดเด่นมีลักษณะเฉพาะตัวมีคุณภาพสูง
เช่นเดียวกันกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ได้เข้ามามีส่วนสำคัญในการยกระดับการออกแบบสินค้าของผู้ประกอบการหัตถกรรมภาคเหนือ ด้วยการอบรมแนะนำการดีไซน์และบรรจุภัณฑ์ให้สามารถผลิตสินค้าใหม่ๆร่วมสมัยตอบสนองความต้องการของตลาดได้ จึงไม่วิตกกังวลเรื่องคู่แข่งจากประเทศเพื่อนบ้านมากนัก โดยจำนวนผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ มีทั้งหมด 200 ราย ในแต่ละปีมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้ 80% เป็นการส่งออกที่เหลือขายในประเทศ
นายปิยะนันท์ กล่าวต่อว่า ในการยกระดับสินค้าหัตถกรรม เน้นศักยภาพของงานหัตถกรรมที่ใช้ฝีมือล้วนๆในการผลิตชิ้นงาน ควบคู่ไปกับการหยิบยกความเป็นเมืองท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่มาเปรียบให้เป็นหน้าร้านในการขายสินค้าหัตถกรรม เพราะฉะนั้น การผลักดันให้สินค้าหัตถกรรมภาคเหนือเข้าไปเปิดตลาดใหม่อย่างๆ รัสเซีย จีน และประเทศในอาเซียนที่มีกำลังซื้อสูง ย่อมมีโอกาสเข้าถึงได้มาก





