วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์กรุงเทพรุกหนักอาเซียน

ธนาคารกรุงเทพขยายสาขาประเทศอาเซียน ชูยุทธศาสตร์รับเออีซี สร้างเครือข่ายบริการเทียบแบงก์คู่แข่ง มั่นใจปีหน้าดึงลูกค้าขนาดกลางลงทุนต่างประเทศ

แบงก์กรุงเทพชี้แนวโน้ม 3 ปีข้างหน้าอาเซียนเติบโตสูง มั่นใจยุทธศาสตร์สาขาสร้างเครือข่ายบริการรับโอกาสธุรกิจเทียบแบงก์คู่แข่งหน้าใหม่ เผยฐานลูกค้าเก่าเป็นจุดแข็งหลักช่วยเปิดสาขาเพิ่ม มีธุรกรรมรองรับทันที ไม่เสี่ยงขาดทุน พร้อมรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ระบุปีหน้าหันดึงลูกค้าขนาดกลางออกลงทุนต่างประเทศ ชี้ยังมีพื้นที่่น่าสนใจเล็งขยายสาขาต่างประเทศได้อีกใน 1-2 ปีนี้

หากพูดถึงความพร้อมของสถาบันการเงินไทย ในยุคเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี คงไม่มีใครเกินหน้าธนาคารกรุงเทพอีกแล้ว ด้วยยุทธศาสตร์ที่ยาวนานตั้งแต่รุ่นปู่หรือนายชิน โสภณพนิช ผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ ที่ออกไปเปิดสาขาต่างประเทศครั้งแรกตั้งแต่ปี 2497 คือสาขาฮ่องกง หรือ 10 ปีให้หลังจากที่เปิดทำการครั้งแรกในประเทศไทย และในปี 2557 นี้ก็จะครบ 5 รอบของธุรกิจต่างประเทศของธนาคารแห่งนี้แล้ว

ความยาวนานของธุรกิจต่างประเทศนี้เอง ที่เป็นรากฐานให้ธนาคารแห่งนี้มีศักยภาพไม่แพ้ธนาคารอื่น ๆ ในภูมิภาคในการนำพาธุรกิจไทยออกไปลงทุนข้ามประเทศ ซึ่งวิสัยทัศน์รุ่นหลานอย่างนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพคนปัจจุบัน มองว่าใน 3 ปีข้างหน้า ภาพรวมการค้าระหว่างประเทศ การลงทุนและการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคจะเพิ่มสูงขึ้น รายได้จากประชาชนที่เพิ่มขึ้นถือเป็นโอกาสในการทำธุรกิจของธนาคารกรุงเทพ ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงนี้ ด้วยการเพิ่มสาขาและบุคคลกรที่ชำนาญในพื้นที่ ความรู้และทักษะในการให้บริการเพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มที่เปลี่ยนไป

@ ตั้งสาขาเมดาน อินโดฯล่าสุด

สำหรับการขยายเครือข่ายสาขาต่างประเทศ ที่ถือเป็นยุทธศาสตร์หลักในการขยายธุรกิจต่างประเทศของธนาคารจะยังยึดภูมิศาสตร์หลัก ๆ คืออาเซียนและจีน โดยจะหาจุดที่มีโอกาสเติบโตได้ในระดับสูง จากความพร้อมของธนาคารและลูกค้า ซึ่งยอมรับว่าในบางจุดธนาคารอยู่ระหว่างสะสมกำลัง วันนี้สาขาเมดาน ประเทศอินโดนีเซียก็ได้ปรากฏในแผนที่ของธนาคารกรุงเทพอีกแห่ง รวมแล้วในขณะนี้ธนาคารกรุงเทพมีเครือข่ายต่างประเทศอยู่ 26 สาขาและ 1 สำนักงานตัวแทนใน 13 เขตเศรษฐกิจสำคัญของโลก

เขาเล่าว่า การขยายสาขาของธนาคารกรุงเทพไม่ได้มีเป้าหมายที่จะก้าวกระโดด แต่นโยบายหลักคือการขยายสาขาตามการไปลงทุนของลูกค้า จึงมีความแน่นอนว่าจะมีธุรกรรมรองรับ โดยการเข้ามาลงทุนในประเทศอินโดนีเซียครั้งแรกในปี 2511 ด้วยฐานลูกค้าท้องถิ่นเป็นหลัก ส่วนลูกค้าไทยเริ่มมาลงทุนเมื่อ 10-15 ปีที่ผ่านมา และเริ่มขยายมากในช่วง 5 ปีมานี้ หลังจากที่ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่เออีซี ซึ่งอินโดนีเซียถือเป็นประเทศหลักที่นักลงทุนสนใจ ดังนั้นในเดือนมีนาคม 2555 ที่ผ่านมาธนาคารได้เปิดทำการสาขาสุราบายาเป็นจังหวัดที่ 2 ในอินโดนีเซีย ผ่านมาเพียงปีเศษก็สามารถทำกำไรได้แล้วในเดือนพฤษภาคมปีนี้ จึงตอกย้ำถึงทิศทางที่ธนาคารดำเนินมาว่าถูกต้องแล้ว

และในการเปิดสาขาเมดานของธนาคารกรุงเทพครั้งนี้ ได้พาลูกค้าขนาดกลางและขนาดใหญ่จำนวน 35 บริษัท เข้าไปดูโอกาสในประเทศอินโดนีเซียด้วย เนื่องจากการขยายธุรกิจต่างประเทศของธนาคารในปีหน้าจะมุ่งเน้นการสนับสนุนลูกค้าธุรกิจขนาดกลางให้ออกไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้นด้วย ซึ่งความจำเป็นของบริษัทไทยที่จะออกไปหาโอกาสในต่างประเทศมีเพิ่มสูงขึ้นทุกปี เพื่อหาตลาด วัตถุดิบ ฐานการผลิต และแรงงาน

@ ปีหน้าดันลูกค้าขนาดกลางไปนอก

"ที่ผ่านมาบริษัทไทยเพิ่งออกไปลงทุนต่างประเทศจากบริษัทใหญ่และมีความแข็งแกร่ง แต่วันนี้เราเตรียมการให้บริษัทขนาดกลางลงมา ซึ่งยังมีน้อยรายที่จะออกมาลงทุนต่างประเทศ เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสได้เห็นตลาด หากเป็นลูกค้ารายใหญ่จะมีโอกาสเดินทางมาได้อยู่แล้ว ดังนั้นในปี 2557 การขยายธุรกิจต่างประเทศของธนาคารจะมุ่งเน้นลูกค้าขนาดกลางมากขึ้น เพราะลูกค้าต้องใช้เวลาในการสร้างธุรกิจ การตัดสินใจลงทุนต้องมีโอกาสได้เห็นหลาย ๆ ครั้ง เหมือนซื้อของที่เราต้องดูแล้วดูอีกเพื่อให้สบายใจได้"

ในเชิงการแข่งขันกับสถาบันการเงินภูมิภาคอย่างสิงคโปร์หรือมาเลเซียที่อาจจะมีขนาดใหญ่กว่า และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐให้ออกมาลงทุนในภูมิภาค แต่ธนาคารกรุงเทพก็ไม่ได้เสียเปรียบ เพราะฐานลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจจีน เริ่มก่อร่างสร้างธุรกิจนอกประเทศด้วยความช่วยเหลือจากธนาคารกรุงเทพ ธุรกิจจีนเหล่านี้จึงมองธนาคารกรุงเทพเป็นธุรกิจของชาวจีนโพ้นทะเลหรือ Oversea Chinese มากกว่าเป็นธนาคารพาณิชย์ของไทย ดังนั้นแม้จะมีสถาบันการเงินหน้าใหม่เข้ามาแข่งด้วยกลยุทธ์ราคา แต่ความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้แบงก์กรุงเทพยังเติบโตในภูมิภาคนี้ได้

@ เดินยุทธศาสตร์เหมือนบีโอไอ

ทางด้านนายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวถึงยุทธศาสตร์ของธุรกิจต่างประเทศที่สร้างขึ้นอย่างยาวนานนี้ว่า จะทำหน้าที่เหมือนเครือข่ายของสำนักงานสนับสนุนการลงทุน หรือบีโอไอให้ลูกค้าในแต่ละประเทศ สามารถแบ่งปันความรู้ความสัมพันธ์ที่เก็บสะสมมานานรวมทั้งการส่งต่อการดูแลระหว่างสาขา เป็นอีกหนึ่งความแตกต่างของการให้บริการ ผ่านสาขาต่างประเทศของธนาคาร ซึ่งโอกาสในการขยายสาขาต่างประเทศหลังจากนี้ยังมีอยู่ ทั้งในอินโดนีเซีย ลาว เวียดนาม และจีน โดยจะขยายตัวด้วยความระมัดระวัง

"เราไม่เคยตั้งเป้าว่าจะเปิดสาขาปีละเท่าไร จะขยายแบบค่อยเป็นค่อยไป ลูกค้าไปที่ไหน เราก็ไปต่อยอด หากลูกค้าไม่สนใจไป เราก็ไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยง ตามกุศโลบายสำคัญ คือ go where our customer are ลูกค้าอยู่ที่ไหนก็ตามไปดูแล เพื่อให้เกิดความพึ่งพอใจของลูกค้า โดยที่ความเสี่ยงไม่สูง ในอินโดนีเซียแม้จะมี 3 สาขาแล้ว แต่จะรอให้สาขาเมดานอยู่ตัวก่อนอีก 1-2 ปีค่อยดู เพราะหากเปิดแล้วยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนก็ยังไม่อยากรีบเปิดให้เป็นต้นทุน ส่วนจีนแม้จะมี 4 สาขาแล้ว แต่ประเทศจีนมีขนาดใหญ่โตมาก และยังมีลูกค้าจากไทย ใต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซียที่สนใจเข้าไปลงทุนเช่นพื้นที่ริมทะเล หรือตะวันตกของจีน ขณะที่สาขาในลาวมีเพียงแห่งเดียวในเวียงจันทน์ แต่เริ่มมีลูกค้าบางส่วนที่ไปลงทุนในสะหวันเขต หรือปากเซ ก็เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ"