นักวิเคราะห์เห็นตรงกันว่าข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านจะเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิสราเอล กระนั้นสหรัฐก็ยอมเสี่ยงที่จะถูกอิสราเอลโกรธ
เพราะเชื่อว่าข้อตกลงระดับโลกจะให้หลักประกันความปลอดภัยสำหรับทั้งสหรัฐและตะวันออกกลาง
ไม่กี่ชั่วโมงหลังหกชาติมหาอำนาจกับอิหร่านประกาศข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ในนครเจนีวา นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ประณามอย่างโกรธแค้นว่า "เป็นความผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์"
โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา พยายามลดความตึงเครียด โดยโทรศัพท์ไปหานายเนทันยาฮูเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และเรียกร้องให้สองชาติเริ่มต้นปรึกษาหารือถึงความพยายามเจรจาเพื่อทำข้อตกลงระยะยาวกับอิหร่าน
ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ "นายจอห์น แคร์รี" ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "This Week" ปกป้องข้อตกลงดังกล่าวว่า จะเป็นการระงับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นเวลาหกเดือนเพื่อเจรจาข้อตกลงที่ครอบคลุม
นักวิเคราะห์นโยบายอาวุโส "นายอะลิเรซา เนเดอร์" จากอาร์เอเอ็นดี คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า การทำข้อตกลงที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ตรวจสอบนานาชาติเท่านั้น ที่จะสามารถให้การรับรองว่าอิหร่านไม่ได้พยายามสร้างอาวุธนิวเคลียร์อย่างลับ ๆ
เขาเสริมว่าหากมีการปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน และสหรัฐหรืออิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ก็จะไม่สามารถขจัดฐานความรู้ของอิหร่านได้
แม้ในระยะใกล้ สหรัฐกับอิสราเอลอาจเกิดความตึงเครียดกัน แต่นายเนเดอร์มองว่าอิสราเอลไม่มีพันธมิตรอื่นใดใกล้ชิดมากไปกว่าสหรัฐ แม้แต่ซาอุดีอาระเบียก็ตาม ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงขึ้นอยู่กับสหรัฐ
นายเนเดอร์กล่าวต่อว่า อิสราเอลจะไม่พยายามบ่อนทำลายข้อตกลงที่ประชาคมโลกลงนาม ด้วยการโจมตีอิหร่านในหกเดือนข้างหน้า เพราะมีแต่จะทำให้อิสราเอลโดดเดี่ยวมากขึ้น หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่ได้ข้อตกลงสันติภาพอาหรับ-อิสราเอล และถูกมองจากประชาคมโลกว่าเป็นการกระทำที่ยั่วยุอย่างสูง
ศาสตราจารย์ด้านการเมืองในตะวันออกกลาง ณ ลอนดอน สคูล ออฟ อีโคโนมิกส์ กล่าวว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือความเป็นไปได้ของการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การเขียนแผนที่ใหม่ด้านภูมิยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลาง
แม้ว่าสหรัฐจะไม่ได้แสดงท่าทีเช่นเดียวกับอิสราเอลหรือซาอุดีอาระเบียกรณีอิหร่าน แต่สหรัฐก็มีผลประโยชน์ด้านความมั่นคงอันเกี่ยวพันถึงความมั่นคงและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง รวมถึงผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐด้วย
การนำอิหร่านกลับเข้ามาสู่ประชาคมโลก หลังจากถูกโดดเดี่ยวตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 2522 อาจได้เห็นสหรัฐแสดงบทบาททางบวกในวิกฤติอื่นๆ ของตะวันออกกลาง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ข้อตกลงระงับโครงการนิวเคลียร์อิหร่านจะสร้างความซับซ้อนแก่ความพยายามของนายแคร์รี ในการผลักดันให้ได้ข้อตกลงสันติภาพอิสราเอล-ปาเลสไตน์ แม้นายแคร์รีเคยให้เหตุผลว่าข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องอิหร่านก็ตาม
นักวิเคราะห์อิหร่านจากสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอล "นายโยเอล กูซานสกี" กล่าวว่า หกเดือนข้างหน้าจะเป็นบททดสอบความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิสราเอล และสหรัฐกับอาหรับ





