อินเดียและประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ กำลังต่อสู้ในการเจรจาร้อนแรงที่ต้องหยุดพักไปเรื่องการอุดหนุนอาหารเพื่อคนจน
อินเดียผงาดในฐานะผู้นำกลุ่มประเทศที่มั่งคั่งน้อยที่สุดหลายสิบประเทศ ผลักดันการเปลี่ยนแปลงกฎองค์การการค้าโลก หรือดับเบิลยูทีโอ โดยอ้างถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร และความพยายามของรัฐบาลในการต่อสู้กับความหิวโหย
ทั้งนี้ อินเดียเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ชุดใหม่ จัดส่งข้าวสารแบบเกือบให้เปล่าแก่ประชากรราว 70% ของประเทศจากประชากร 1,200 ล้านคน หลายคนดำรงชีวิตอยู่ด้วยเงินน้อยกว่า 2 ดอลลาร์ต่อวัน
ภายใต้กฎข้อบังคับในปัจจุบันของดับเบิลยูทีโอนั้น การกระทำดังกล่าว อาจทำให้อินเดียต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตร เพราะดับเบิลยูทีโอจำกัดการอุดหนุนด้านอาหารไว้ที่ 10% ของราคาพืชผล ซึ่งอินเดียทำเกินกว่านี้มาก แต่อินเดียประกาศว่า ตัดสินใจเดินหน้าโครงการนี้ ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญในนโยบายของพรรคคองเกรส
สหรัฐและสมาชิกดับเบิลยูทีโอประเทศอื่น ๆ โต้แย้งว่า โครงการเช่นนี้ของอินเดียและอีกหลายประเทศ มีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาอาหารในตลาดโลกลดลงแบบปลอม ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอินเดียส่งออกข้าวและข้าวสาลีที่ได้รับการอุดหนุน
ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันถึงขนาดข่มขู่ว่าจะขัดขวางความก้าวหน้าในการเจรจารายละเอียดที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย ในเดือนหน้า ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูการเจรจาการค้าทวิภาคีที่ย่ำแย่มายาวนาน
แหล่งข่าววงในการเจรจาเปิดเผยว่า อินเดียและประเทศอื่น ๆ กำลังหารือกันเรื่องการกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน ซึ่งอินเดียอาจดำเนินนโบายการให้เงินอุดหนุนของตน มาเจรจาต่อรองในการสานต่อข้อตกลงระยะยาวด้วย





