คะแนนนิยม "โอบามา" ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เหลือเพียง 41% จากการสำรวจความเห็นของซีเอ็นเอ็น
คะแนนนิยม "โอบามา" ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เหลือเพียง 41% จากการสำรวจความเห็นของซีเอ็นเอ็น แถมคนอเมริกันครึ่งหนึ่งเชื่อสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาจะมีอิทธิพลต่อทิศทางของประเทศในปีหน้า
ซีเอ็นเอ็น/โออาร์ซี เผยผลสำรวจความเห็นที่ระบุว่าคนอเมริกัน 41% เห็นชอบกับการทำงานของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ตัวเลขดังกล่าวนับว่าต่ำที่สุดเท่าที่ซีเอ็นเอ็นจัดทำผลสำรวจมา ส่วนจำนวนผู้ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของโอบามาอยู่ที่ 56% ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์เท่าที่ซีเอ็นเอ็นทำการสำรวจมา
จากการสำรวจความเห็นของหลายสำนักพบว่าในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโอบามาอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการสำรจความเห็นของซีเอ็นเอ็น/โออาร์ซี ซีบีเอสนิวส์ เอบีซีนิวส์/วอชิงตันโพสต์ มหาวิทยาลัยควินนิเพค และเอ็นบีซีนิวส์/วอลล์สตรีทเจอร์นัล
การสำรวจความเห็นของซีเอ็นเอ็นนับเป็นการสำรวจครั้งที่ 4 ในสัปดาห์นี้ ซึ่งให้คะแนนนิยมโอบามาอยู่ที่ 40-42% ขณะก่อนหน้านี้การสำรวจของซีบีเอสนิวส์ ระบุว่า คะแนนนิยมของโอบามาอยู่ที่ 37%
นายคีตทิง ฮอลแลนด์ ผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจความเห็นของซีเอ็นเอ็น กล่าวว่า คะแนนนิยมโอบามาลดลงในหมู่ผู้อยู่อาศัยแถบชานเมือง โดยคนในเมืองใหญ่และชนบทมองโอบามาในแง่ดี แต่ในชานเมืองปรากฎว่า คะแนนนิยมของเขาลดจาก 45% เหลือ 37% พร้อมอธิบายว่า เหตุการณ์ที่ส่งผลต่อคะแนนนิยมของโอบามา คือ ตอนที่มีข่าวสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสอดแนมผู้คนมากมายและการที่กรมสรรพากรเพ่งเล็งกลุ่มอนุรักษนิยม ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวตั้งเค้าขึ้นในเดือนมิ.ย.และทำให้คะแนนนิยมโอบามาลดลง 8%
ผลการสำรวจยังพบว่า ผู้ถูกสำรวจ 50% เชื่อว่าสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาจะมีอิทธิพลต่อทิศทางของประเทศในปีหน้า ขณะที่มีเพียง 42% ระบุว่า ประธานาธิบดีจะมีอิทธิพลมากกว่าตัวเลขดังกล่าวแตกต่างจากเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ที่ผู้ถูกสำรวจความเห็นกว่า 6 ใน 10 คนเชื่อว่าโอบามาจะมีอิทธิพลในปีหน้า
อย่างไรก็ตาม นายฮอลแลนด์ชี้ถึงตัวเลขแง่ดีว่าผู้ถูกสำรวจ 47% ต้องการให้โอบามามีอำนาจในการตัดสินใจ และ 45% ต้องการให้พรรครีพับลิกันมีอิทธิพลมากกว่า
ทั้งนี้ เรื่องอื้อฉาวสอดแนมของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ มีขึ้นเมื่อนายเอดเวิร์ด สโนว์เดน ซึ่งเคยทำงานให้กับบริษัทคู่สัญญาของเอ็นเอสเอในตำแหน่งผู้ดูแลระบบที่สำนักงานเอ็นเอสเอที่ฮาวาย นำข้อมูลลับต่างๆ มาเปิดโปง ซึ่งรวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการภายใต้การสอดแนมข้อมูลประชาชนในปริมาณมหาศาลจากรัฐบาล เช่น บันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต
การที่เขานำข้อมูลลับมาเปิดโปงก่อให้เกิดการแตกแยกทางความคิดในสหรัฐ ซึ่งมีคนจำนวนมากแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงที่รัฐบาลลอบสอดแนมข้อมูลของประชาชน
อย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกันอีกส่วนหนึ่งก็ประณามเขาว่าเป็นคนขายชาติที่โจรกรรมข้อมูลจากเอ็นเอสเอ ทั้งที่เคยให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตามนโยบายรักษาความลับทางราชการและหลบหนีไปจีนเป็นที่แรก ก่อนที่จะไปรัสเซียพร้อมกับข้อมูลลับของรัฐบาลสหรัฐ





