ความสัมพันธ์ระหว่างอินโดนีเซียกับออสเตรเลีย ดำดิ่งสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปี หลังออสซี่สอดแนมผู้นำอินโดนีเซีย
นายมาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า อินโดนีเซียกำลังพิจารณาจะลดระดับความสัมพันธ์กับออสเตรเลีย ขณะที่ประธานาธิบดีสุสิโล บัมบัง ยูโดโยโน ประกาศว่า ได้ระงับความร่วมมือทางทหารและการข่าวกับออสเตรเลีย รวมถึงประเด็นผู้ลี้ภัย ที่เป็นจุดเปราะบางในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมาตลอด
นายยูโดโยโนกล่าวว่าชัดเจนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเคลื่อนไหวที่สมเหตุผลสำหรับอินโดนีเซีย
การแสดงความไม่พอใจของผู้นำอินโดนีเซียมีขึ้น หลังจากมีรายงานข่าวที่อ้างเอกสารของนายเอดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่การข่าวสหรัฐ ที่ระบุว่าสำนักงานข่าวกรองออสเตรเลียพยายามดักฟังโทรศัพท์ของนายยูโดโยโนและภริยา รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอินโดนีเซียเมื่อปี 2552
ท่าทีดังกล่าว นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุด หลังจากผู้นำอินโดนีเซีย ประกาศว่ากำลังทบทวนความร่วมมือกับออสเตรเลีย ขณะที่นายนาตาเลกาวาย้ำว่ากำลังจะลดระดับความสัมพันธ์กับออสเตรเลีย โดยบอกว่า กำลังปิดพื้นที่ความร่วมมือทีละอย่าง เพื่อความมั่นใจว่า ทุกอย่างจะไม่เป็นปกติ และไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
แม้ว่านายนาตาเลกาวา จะไม่ได้บอกรายละเอียด แต่แหล่งข่าวในกระทรวงต่างประเทศ ระบุว่า ขั้นตอนแรกอาจเป็นการลดจำนวนบุคลากรทางการทูตของอินโดนีเซียที่สถานทูตในกรุงแคนเบอร์รา และขอให้ออสเตรเลียดำเนินการแบบเดียวกันที่สถานทูตในกรุงจาการ์ตาด้วย ส่วนโฆษกกองทัพเผยว่าการระงับความร่วมมือทางทหารจะเริ่มมีผลตั้งแต่ต้นปีหน้า
หากย้อนไปนั้น ความสัมพันธ์ที่เย็นชาระหว่างอินโดนีเซียกับออสเตรเลียครั้งหลังสุดเกิดขึ้นในปี 2542 เมื่อออสเตรเลียส่งกองกำลังไปยังติมอร์ตะวันออก หลังอินโดนีเซียถอนกองทัพออกไป
ล่าสุดความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีอันตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ตั้งแต่นายโทนี แอบบอตต์ ขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนก.ย. เนื่องจากข่าวการสอดแนมและประเด็นผู้ลี้ภัยซึ่งส่วนใหญ่มาจากเอเชียใต้และล่องเรือจากอินโดนีเซียเข้าไปยังออสเตรเลีย
รัฐมนตรีกระทรวงการค้าของอินโดนีเซีย "นายจิตา วิระจาวัน" ชี้ว่า ความสัมพันธ์ที่เย็นชาอาจกระทบเศรษฐกิจ ที่มีมูลค่าการค้าโดยรวมกว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว โดยอินโดนีเซียเป็นผู้นำเข้าสินค้าเกษตรรายใหญ่จากออสเตรเลีย ขณะที่ออสเตรเลียเป็นตลาดส่งออกอันดับ 10 ของอินโดนีเซีย
นายวิระจาวันกล่าวว่าเป็นการยากที่เพื่อนบ้านซึ่งไม่ไว้ใจกัน จะคิดในเรื่องของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ขณะที่นายรุฮัต ซิทอมพัล คนสนิทของยูโดโยโน กล่าวว่าปฏิกิริยาไม่พอใจของผู้นำอินโดนีเซีย เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะนายยูโดโยโนใช้เวลาหลายปีในการพยายามสร้างสัมพันธ์กับออสเตรเลีย
สำหรับภริยาของนายยูโดโยโนที่มีข่าวว่าถูกดักฟังด้วยนั้น เป็นลูกสาวของนายพลที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของประเทศ และมักถูกมองว่ามีอิทธิพลในด้านการตัดสินใจ
นักธุรกิจอินโดนีเซียคนหนึ่งซึ่งมีความใกล้ชิดกับแวดวงคนใกล้ตัวนายยูโดโยโน กล่าวว่านางอานี ภริยาของผู้นำอินโดนีเซีย มีอิทธิพลมากและมีอำนาจในการตัดสินใจมาก ดังนั้นการสอดแนมเธอจึงสร้างความไม่พอใจแก่บุคคลระดับสูง
ทางด้านนายกรัฐมนตรีแอบบอตของออสเตรเลีย แถลงต่อรัฐสภาว่า จะดำเนินการทุกอย่างอย่างสมเหตุสมผลที่จะช่วยให้ความสัมพันธ์กับอินโดนีเซียดีขึ้น
บรรดานักการเมืองออสเตรเลียพากันเรียกร้องให้นายแอ็บบอตติดต่อกับผู้นำอินโดนีเซียโดยตรง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายมากขึ้น เช่นเดียวกับที่ประธานาธิบดีโอบามาเคยยกหูโทรศัพท์คุยกับผู้นำเยอรมนีโดยตรงมาแล้ว





