หนี้เสียแบงก์สเปนพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา แม้ว่าสเปนเตรียมที่จะเลิกรับการช่วยเหลือภาคธนาคารมูลค่า 41,000 ล้านยูโร
ธนาคารกลางสเปนรายงานว่า เงินกู้ที่มีความเสี่ยง ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ล้มละลาย เพิ่มขึ้น 6,900 ล้านยูโรจากเดือนก่อนเป็น 187,800 แสนล้านยูโร หรือราว 7.62 ล้านล้านบาทในเดือนกันยายน สูงสุดเป็นประวัติการณ์
หนี้เสียของสินเชื่อทั้งหมดที่ถูกขยายวงเงินโดยธนาคารในสเปนเพิ่มขึ้นเป็น 12.68% ในเดือนกันยายน จากเดิม 12.14% ในเดือนสิงหาคม นับเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4 เดือนติดต่อกัน
เมื่อปีก่อน ยูโรโซนเห็นชอบที่จะขยายวงเงินกู้ช่วยเหลือเป็น 100,000 ล้านยูโร เพื่อค้ำงบดุลของภาคธนาคารในสเปนที่มีหนี้เสียจำนวนมหาศาล นับตั้งแต่เกิดฟองสบู่อสังหาริมรัพย์เมื่อปี 2551 จนทำให้ประเทศดิ่งลงสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ
สเปนซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 4 ของยูโรโซน ได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 41,300 ล้านยูโร
ถึงแม้สเปนจะมีหนี้ในระดับสูงมาก แต่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอย แถลงเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าเตรียมที่จะเลิกรับเงินช่วยเหลือจากยูโรโซนในเดือนมกราคมนี้
รัฐมนตรีเศรษฐกิจสเปน "นายหลุยส์ เด กวินดอส" กล่าวที่กรุงบรัสเซลส์ว่า สเปนจะไม่ขอรับการช่วยเหลือทางการเงินจากกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรปหรือ "อีเอสเอ็ม" ซึ่งเป็นเงินทุนช่วยเหลือสำหรับรัฐบาลที่มีหนี้จำนวนมหาศาล
ถึงแม้ว่าบรรดารัฐมนตรีคลังยูโรโซนจะชื่นชมการตัดสินใจของสเปนที่ส่งสัญญาณบวกต่อตลาด แต่ที่ประชุมก็เรียกร้องให้รัฐบาลสเปนเดินหน้าแผนปฏิรูปเพื่อจัดการความท้าทางทางเศรษฐกิจ การขาดดุลงบประมาณ ปริมาณหนี้สูง และการว่างงานอย่างกว้างขวางของประเทศ
อย่างไรก็ตาม บรรดานักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า สเปนยังมีปัจจัยเสี่ยงต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และอัตราว่างงานซึ่งอยู่ที่ 26% ในไตรมาสที่สามของปีนี้ จะยังคงอยู่ในระดับสูงไปอีกหลายปี





