สหรัฐเผยยอดขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นในเดือนกันยายน หลังการนำเข้าพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งปี ส่งออกลดเดือนที่ 3 ติด ตอกย้ำศก.ยังซบ
กระทรวงพาณิชย์แถลงว่า สหรัฐขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 8% เป็น 41,800 ล้านดอลลาร์ สูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เทียบกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดว่าจะขาดดุล 39,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อปรับปัจจัยด้านเงินเฟ้อออก สหรัฐขาดดุลการค้าเพิ่มเป็น 50,400 ล้านดอลลาร์ สูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคมด้วยเช่นกัน จากที่เคยขาดดุล 47,400 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม
บรรดานักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า ดุลการค้าเป็นมาตรวัดหนึ่งที่ใช้คำนวณผลผลิตมวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี การขาดดุลที่เพิ่มขึ้นในเดือนกันยายนอาจทำให้รัฐบาลปรับลดคาดการณ์จีดีพีเบื้องต้นไตรมาสสามลง 0.1-0.2% ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐไตรมาสสามระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน เติบโต 2.8% โดยการค้าคิดเป็น 0.31%
ส่วนข้อมูลจากกระทรวงแรงงานเมื่อวานนี้ให้ภาพตลาดแรงงานไม่สดใส เปรียบเทียบกับรายงานการจ้างงานประจำเดือนตุลาคมที่แข็งแกร่งในสัปดาห์ก่อน ผู้ว่างงานที่ยื่นขอรับสวัสดิการครั้งแรกลดจำนวนลง แต่คำร้องขอในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 2 พฤศจิกายนลดน้อยลงกว่ารายงานฉบับก่อน ผู้ว่างงานที่ยื่นขอรับสวัสดิการเป็นครั้งแรกลดลง 2,000 คน ตัวเลขหลังตัดปัจจัยตามฤดูกาลออกแล้วเป็น 339,000 คน
อย่างไรก็ตาม การยื่นขอรับสวัสดิการในสัปดาห์แรกหลังทบทวนแล้วแสดงให้เห็นว่า มีผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกมากกว่ารายงานฉบับก่อน 5,000 คน ค่าเฉลี่ยรอบสี่สัปดาห์สำหรับผู้ยื่นขอสวัสดิการครั้งแรกลดลง 5,750 คน เหลือ 344,000 คน





