อียูสอบเยอรมนีเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงเป็นเวลานาน กระทบกลไกเศรษฐกิจยุโรปหรือไม่
คณะกรรมาธิการยุโรปตัดสินใจ เตรียมทำการวิเคราะห์เชิงลึก กรณีเยอรมนีเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นเวลานาน เพื่อพิจารณาว่าเป็นสัญญาณร้ายแรงถึงความไม่สมดุลในประเทศที่เศรษฐกิจใหญ่สุดของยุโรปหรือไม่
ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป "นายโฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ" แถลงว่า การเกินดุลสูงไม่จำเป็นต้องหมายถึงความไม่สมดุล อียูจำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และทำความเข้าใจว่าการที่เยอรมนีเกินดุลอย่างมากส่งผลกระทบต่อกลไกเศรษฐกิจยุโรปโดยรวมหรือไม่
การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นเวลานานของเยอรมนี ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสหรัฐและสหภาพยุโรปหรืออียู ว่าเยอรมนีที่พึ่งพาการส่งออกมากเกินไป และควรให้ความสำคัญกับการเพิ่มความต้องการภายในประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศอยู่บนรากฐานที่ดีขึ้น
บัญชีเดินสะพัดเยอรมนีเกินดุล 6% ของจีดีพีตั้งแต่ปี 2550 หมายความว่าเยอรมนีส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ มากกว่าการนำเข้า โดยเดือนกันยายนที่ผ่านมาเยอรมนีเกินดุลถึง 1.97 หมื่นล้านยูโร มากกว่าจีดีพีปี 2555 ถึง 8% และเป็นการเกินดุลมากที่สุดในโลก
หากการทบทวนซึ่งมีกำหนดเสร็จสิ้นในต้นปีหน้า และพบว่าการเกินดุลเป็นอันตราย อียูจะแนะนำขั้นตอนแก้ไขความไม่สมดุลในเศรษฐกิจเยอรมนี แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป
การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด สะท้อนความสำเร็จของเยอมนีที่คงความสามารถในการแข่งขันในเศรษฐกิจโลกได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอียูหลาย ๆ ประเทศย่อมยินดีหากความต้องการภายในประเทศเยอรมนีเพิ่มขึ้น เพราะเปิดโอกาสให้ประเทศเหล่านั้นขายสินค้าของตนให้กับประเทศที่มั่งคั่งที่สุดของอียู





