วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เวียดนามเชื่อมท่องเที่ยวไทย หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

รัฐบาลเวียดนาม ชูแผนดันการท่องเที่ยว เน้นสถานที่น่าสนใจและมีชื่อเสียงของภูมิภาคและโลก หวังให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

เวียดนามตอนกลาง เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งที่มีเสน่ห์ของประเทศเวียดนาม เนื่องจากมีต้นทุนทางธรรมชาติและการร้อยเรียงประวัติศาสตร์ ในยุคสงครามเวียดนามให้นักท่องเที่ยวได้เดินตามรอยเท้า ย้อนรำลึกถึงความกล้าหาญของวีรชนรุ่นก่อนที่เสียสละชีวิต

รัฐบาลเวียดนามได้มีโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติเวียดนามช่วงปี 2012 - 2015 หวังนำการท่องเที่ยวมาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

แผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติเวียดนามนั้นเริ่มตั้งแต่ ปี 2012 โดยหน่วยงานการท่องเที่ยวเวียดนามได้เริ่มปฏิบัติและเผยแพร่ยุทธศาสตร์การพัฒนาช่วงปี 2012-2020 และวิสัยทัศน์ถึงปี 2030 อย่างเป็นทางการ หวังผลักดันให้การท่องเที่ยวเวียดนามพัฒนายิ่งขึ้น ช่วยให้เวียดนามกลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมีชื่อเสียงของภูมิภาคและโลก

ดังนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่การท่องเที่ยวของเวียดนามตอนกลาง การท่องเที่ยวเวียดนามจึงได้เชิญการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนักธุรกิจมาศึกษาดูงาน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และส่งเสริมโอกาสทางการค้า รวมถึงความร่วมมือทางการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยคาดหวังว่าจะพัฒนาการท่องเที่ยวของเวียดนามตอนกลางให้มีมาตรฐานรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า

@ ดันเชื่อมท่องเที่ยวไทย-เวียดนาม

นาย Nguyen Van Tuan อธิบดีทบวงการท่องเที่ยวเวียดนาม บอกว่า ประเทศเวียดนามกับไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวสูงมาก แต่ทั้ง 2 ประเทศ ยังไม่มีการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันเท่าที่ควร ดังนั้น เพื่อความก้าวหน้า 2 ประเทศควรจับมือพัฒนาท่องเยวร่วมกัน ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศ ให้สามารถก้าวหน้าต่อไปได้อีกทางหนึ่ง สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการ คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้สินค้าที่ออกมาของแต่ละประเทศและพื้นที่ได้มาตรฐานเหมาะสมกับความต้องการของนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ยังมีความคิดเห็นในเรื่องของความสะอาดของประเทศเวียดนาม ที่จะต้องมีการพัฒนาให้ได้มาตรฐาน สำหรับการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ารวมไปถึงนักลงทุนต่างๆ ด้วย ดังนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศ การเชิญคณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจากประเทศไทยมา ก็เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยให้มาท่องเที่ยวที่ประเทศเวียดนามมากขึ้น

นอกจากนี้ ส่วนตัวเห็นว่าท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ดีมากๆ จึงจะน้อมรับคำแนะนำต่างๆ กลับไปพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศเวียดนามให้ดียิ่งขึ้น โดยคาดหวังว่าการท่องเที่ยวของเวียดนามจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาในพื้นที่ในปี 2015 นี้กว่า 1 ล้านคน

@ เง๋อานพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวไทย

นาย Huynh Than Dien รองผู้ว่าราชการจังหวัดเง๋อาน ประเทศเวียดนาม กล่าวว่า สำหรับตลาดการท่องเที่ยวของ จ.เง๋อาน นั้น ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวไทยเข้ามาเป็นจำนวนมากและมั่นใจว่าจากนี้ต่อไปนักท่องเที่ยวชาวไทย จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากทางจังหวัดมีการพัฒนาในหลายๆ ด้าน โดยจะนำเรื่องท่องเที่ยว มาเป็นอันดับแรกในการสร้างเศรษฐกิจของจังหวัด

เป้าหมายหลัก กลุ่มคนไทยภาคอีสาน ซึ่งเดือน ธ.ค.นี้ จะมีการเปิดสายการบินต่างประเทศจาก เมืองบิ๋ง กับประเทศลาว คาดว่าเส้นทางนี้จะทำให้มีนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากไทย จะเดินทางสะดวกและเพิ่มจำนวนมากขึ้น

ส่วนในเรื่องของการเตรียมรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 นี้ ทางจังหวัดได้เตรียมยุทธศาสตร์โดยเน้นทางด้านการท่องเที่ยว การศึกษา โดยจะศึกษารูปแบลาว ไทย เพื่อจะนำแผนงานที่ได้เรียนมาปรับปรุงทางด้านการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและปัจจุบันที่จังหวัดมีโรงแรมทั้งหมดประมาณ 300 กว่าโรงแรม ซึ่งมีศักยภาพในการรองรับท่องเที่ยว ทั้งนี้ ที่ จ.เง๋อานเอง มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาคือ ลาว 30% ไทย 20 % ส่วนที่เหลือเป็นนักท่องเที่ยวเวียดนามและประเทศอื่นๆ 50 %

@ ดึงนักลงทุนเว้นภาษี 4 ปีแรก

นาย Le Tran Sang รองการท่องเที่ยว จ.ฮาติ๋ง ระบุว่า เพื่อดึงดูดนักลงทุน ดังนั้นทางจังหวัดจึงได้มีนโยบายที่ชัดเจน เพื่อให้นักลงทุนมีความสนใจ ทั้งเรื่องที่ดิน ภาษี และการพัฒนาท้องถิ่นที่จังหวัดได้ตั้งเป้าหมายไว้ สำหรับนโยบายนั้นเริ่มจากการใช้กฏหมายร่วมกัน ไม่มีการแบ่งแยกว่านำมาใช้กับคนเวียดนามหรือนักลงทุนประเทศอื่น

ส่วนในเรื่องของนักลงทุน ที่มีความสนใจลงทุนทางด้านธุรกิจการท่องเที่ยวนั้น 4 ปีแรก ไม่มีการเก็บภาษี หลังจากนั้นเก็บภาษี 50 % โดยปีที่ 10 เก็บภาษีเต็ม และขณะนี้ จ.ฮาติ๋ง กำลังเจริญมากฉะนั้นจึงมีความต้องการนักธุรกิจที่จะมาลงทุนทางด้านที่พัก โรงแรม เพื่อจะมารองรับนักท่องเที่ยวหรือ ที่พักคนงานเนื่องจาก จ.ฮาติ๋งนั้น มีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากแต่ยังขาดในเรื่องของสถานที่พักท่องเที่ยวไทยเวียดนามตลาดเดียวกัน

นายเกียรติพงษ์ คชวงษ์ ผู้ช่วยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จ.อุดรธานี กล่าวว่า จากการที่ได้เดินทางมาศึกษาดูงานที่ประเทศเวียดนาม โดยเฉพาะเวียดนามตอนกลางนั้น มองว่าตลาดนักท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศเป็นตลาดเดียวกัน เพราะฉะนั้นการที่ประเทศไทยมีประชากร 70 กว่าล้านคน เมื่อรวมประเทศเวียดนามที่มีประชากร 80 กว่าล้านคน ตัวเลขการท่องเที่ยวก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 150 ล้านคน และในมุมมองของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การแบ่งเขตการท่องเที่ยวจะไม่มีเเล้ว เนื่องจากทุกประเทศได้เล็งเห็นแล้วว่าเรื่องของการท่องเที่ยว เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเมื่อมาพิจารณาจะเห็นว่าช่วงหน้าการท่องเที่ยวของประเทศเวียดนามนั้นจะเป็นช่วง เม.ย.-ก.ค.และช่วงที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวคือช่วง ต.ค.-มี.ค. นับว่าเป็นฤดูการท่องเที่ยวที่กลับกันกับฤดูการท่องเที่ยวของประเทศไทย ดังนั้นจึงเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวทั้ง 2 ประเทศกันได้

ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ได้วางแผนที่จะกระตุ้นนักท่องเที่ยวจากประเทศเวียดนาม ซึ่งมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี โดยส่วนใหญ่จะเดินทางเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวตามเส้นทางการเดินทางของ ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ โดยจะเดินทางไป 3 จังหวัด คือ จ.พิจิตร จ.อุดรธานีและจ.นครพนม