วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไห่เยี่ยน'กับความแรงระดับโลก

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่้เผชิญภัยธรรมชาติมากมาย ทั้งไต้ฝุ่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟปะทุ และอื่นๆ

เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางพายุไต้ฝุ่น และวงแหวนแห่งไฟ อันเป็นพื้นที่ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มักเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟปะทุ

ล่าสุดประเทศนี้ต้องเผชิญกับซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวว่าอาจทำให้มียอดผู้เสียชีวิตเกินหลัก 10,000 คนเฉพาะในจังหวัดเลเตจังหวัดเดียว ส่วนบนเกาะซามาร์ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน หัวหน้าเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์เผยว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 300 รายในเมืองเบเซอร์ สูญหายอีก 2,000 คน โดยเมืองเบเซอร์เป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบเป็นจุดแรกๆ เมื่อซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดขึ้นฝั่งจากมหาสมุทรแปซิฟิกด้วยความเร็วลมสูงสุด 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อวันศุกร์ (8 พ.ย.)

นอกจากนั้น ยังมีการยืนยันผู้เสียชีวิตอีกหลายสิบรายในเมืองอื่นๆ ที่ราบเป็นหน้ากลองตามเกาะต่างๆ ที่อยู่บนเส้นทาง 600 กิโลเมตรบริเวณตอนกลางของฟิลิปปินส์ที่ซูเปอร์พายุพัดผ่าน

ผู้เห็นเหตุการณ์ในเมืองทัคโลบันเล่าว่าเกิดคลื่นยักษ์สูง 5 เมตรโถมเข้าฝั่ง ทำให้บ้านเรือน ต้นไม้ อาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ ราบเป็นหน้ากลองจากฤทธิ์สตอร์มเซิร์จที่โถมลึกเข้ามาบนบก

นายปราวีน อะกราวัล ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลกประจำฟิลิปปินส์ กล่าวว่าผลกระทบจากไห่เยี่ยนคล้ายคลึงกับสึนามิมากกว่าพายุไต้ฝุ่น เพราะต้นไม้ทุกต้นหักโค่น บ้านเรือนพังราบ

หากยอดผู้เสียชีวิตทะลุเกินหลักหมื่นจริงอย่างที่เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ประเมิน ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนจะเป็นภัยธรรมชาติที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับฟิลิปปินส์

ก่อนหน้านี้ ภัยธรรมชาติที่คร่าชีวิตผู้คนในฟิลิปปินส์มากที่สุด คือเมื่อปี 2519 เมื่อครั้งแผ่นดินไหวความแรง 7.9 ริกเตอร์เขย่าทะเลโมโรกัลฟ์ ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ใกล้เกาะมินดาเนา ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ คร่าชีวิตผู้คน 5,000-8,000 ราย

นอกจากนั้น ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนยังอาจเป็นภัยธรรมชาติที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นับจากคลื่นยักษ์สีนามิเมื่อปี 2547 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 220,000 รายในอินโดนีเซีย ศรีลังกา ไทย และอีกหลายประเทศ

ไห่เยี่ยนยังสร้างสถิติด้วยกำลังลมที่มีความรุนแรงมาก จนติดอันดับพายุไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรงมากที่สุดในโลกสำหรับปีนี้ ทั้งยังเป็นไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดลูกหนึ่ง

ทันทีที่เกิดเหตุ ประธานาธิบดีเบนิญโญ อคิโน ได้บินลงพื้นที่เมืองทัคโลบันทันที ด้วยเครื่องบินทหารและนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปมอบให้ประชาชน พร้อมขอคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่ระดับรัฐและท้องถิ่นว่าเหตุใดความเสียหายจึงมีเป็นวงกว้าง ทั้งที่ทางการเตือนล่วงหน้าแล้วหลายวันก่อนซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนขึ้นฝั่ง

หลังจากลงพื้นที่เมืองทัคโลบันแล้ว ประธานาธิบดีอคิโนได้เดินทางไปบังเมืองโรซัสในจังหวัดคาพิซ โดยเขากล่าวว่าขอรับรองกับทุกคนว่ารัฐบาลสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ สิ่งสำคัญอันดับแรกของรัฐบาลคือการซ่อมแซมให้กระแสไฟฟ้าและการสื่อสารกลับมาใช้การได้อีกครั้ง รวมถึงนำสิ่งกีดขวาง ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ยานพาหนะ และเศษซากต่างๆ ที่ถูกหอบมากับสตรอมเซิร์จ ออกจากถนน

ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้สั่งการให้หน่วยบัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐสนับสนุนปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรมแก่ฟิลิปปินส์ โดยตอนแรกจะเน้นปฏิบัติการค้นหาและช่วยชีวิต ให้การสนับสนุนทางเฮลิคอปเตอร์ ให้การสนับสนุนด้านการยก และการสนับสนุนทางโลจิสติก ขณะที่นิวซีแลนด์บริจาคเงิน 124,000 ดอลลาร์ และออสเตรเลียบริจาคเงิน 366,000 ดอลลาร์เพื่อบรรเทาทุกข์ในฟิลิปปินส์ทันที