สนามบินชางงี ของสิงคโปร์ เตรียมใช้อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 4 เป็นสถานที่ทดสอบระบบ "บริการตัวเอง" เพื่อนำไปใช้กับอาคารผู้โดยสารหลังใหม่
รัฐมนตรีคมนาคมสิงคโปร์ "นายลุย ตั๊ก ยิว" เปิดเผยระหว่างเข้าร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 4 ของสนามบินชางงีว่า อาคารผู้โดยสารแห่งใหม่นี้ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการช่วงกลางปี 2560 จะเน้นไปที่การออกแบบ และเทคโนโลยี เพื่อการให้บริการที่ดีขึ้น ในช่วงเวลาที่ประเทศประสบกับภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน
แนวคิดสำคัญสำหรับอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ จะอยู่ที่ทางเลือกในการบริการตัวเองสำหรับผู้โดยสารขาออก ไล่ตั้งแต่การเช็คอิน ไปจนถึงการจัดการกระเป๋า และขั้นตอนของการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งคาดว่าระบบนี้จะช่วยลดการจ้างงานได้มากถึง 20%
ถ้าหากการทดลองเป็นไปด้วยดี ก็จะมีการนำระบบบริการตัวเองภายในสนามบิน เป็นระบบการให้บริการหลักในอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 5 ที่มีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงกลางทศวรรษ 2020
นายลุยระบุว่า ผู้โดยสารขาออกจำนวนมากจะผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองอย่างง่ายดาย และมีประสิทธิภาพ ไปตลอดทางจนถึงเครื่องบิน โดยไม่ต้องต่อแถวรอรับบริการ หรือโดนตรวจเป็นรายบุคคล แต่ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลาถ้าเกิดเหตุจำเป็นขึ้นมา
นอกจากระบบการให้บริการตัวเองแล้ว ระบบการให้บริการอื่นๆ ของอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 4 ยังมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้แรงงานคน รวมถึง การจัดตั้งศูนย์กลางกองตรวจคนเข้าเมือง และพื้นที่สำหรับการตรวจความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่อง ทางด้านใต้ของตัวอาคาร ที่ออกแบบมาให้เป็นช่องทางเดียวที่ผู้โดยสารจะผ่านเข้าไปยังประตูขึ้นเครื่องบินได้
ทั้งนี้ อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 4 จะก่อสร้างขึ้นบนพื้นที่ที่เคยเป็นอาคารผู้โดยสารสำหรับสายการบินราคาประหยัดมาก่อน ตัวอาคารเป็นแบบ 2 ชั้น มีพื้นที่โดยรวม 195,000 ตารางเมตร หรือใหญ่กว่าอาคารผู้โดยสารก่อนหน้านี้ถึง 7 เท่า มูลค่าการก่อสร้างราว 1,280 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเมื่อเริ่มให้บริการจะทำให้สนามบินชางงีสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง





