วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บูม' เชียงของ 'ประตูท่องเที่ยวอาเซียน

หอการค้าเชียงรายทุ่ม 200 ล้าน ปั้นแลนด์มาร์คปลาบึก ใหญ่สุดในโลก หวังผลักดัน "เชียงของ" ประตูท่องเที่ยวรับเออีซี

หอการค้าจังหวัดเชียงราย โชว์โปรเจค"แลนด์มาร์คปลาบึก"ขนาดใหญ่สุดในโลก บนพื้นที่ 40 ไร่ติดริมน้ำโขงไทย-ลาว ฝั่งอำเภอเชียงของ ดึง"เฉลิมชัย-ถวัลย์" ศิลปินชื่อดังชาวเชียงราย ออกแบบผลงานศิลปะ คาดใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท พร้อมผุดทุ่งดอกไม้ 3 ฤดูบนเนินเขาเลียบน้ำโขง หวังรองรับแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ผลักดัน "เชียงของ" ขึ้นแท่นประตูท่องเที่ยวรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

เชียงรายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญหรือเป็นเมืองหน้าด่านและมีโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์กลางกลุ่มประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน จีน ลาว พม่า เวียดนามและไทย ในขณะที่การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนใกล้เข้ามา การพัฒนาจังหวัดเพื่อรองรับ ตักตวงโอกาสจากการเปิดเออีซีจึงเป็นปัจจัยสำคัญยิ่ง แต่ต้องเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสนั้น

นายธนิสร กระฎุมพร ประธานศูนย์ประสานงานอำเภอเชียงของ หอการค้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางหอการค้าจังหวัดเชียงรายได้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอำเภอเชียงของขึ้นมา ภายใต้การจัดให้มีโครงสร้างคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพัฒนาพื้นที่อำเภอเชียงของ เพื่อเป็นเครือข่ายการประสานงานภาครัฐ และภาคเอกชน ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับอำเภอ ให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจระดับจังหวัด และระดับประเทศ หลังจากที่ได้นำร่องจัดตั้งศูนย์ประสานงานอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายไปก่อนหน้านี้แล้ว

เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพของอำเภอเชียงของ ถือว่าเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญระหว่างไทย-ลาว มีแม่น้ำโขงเป็นที่คั่นพรมแดน อีกทั้งเป็นที่ตั้งของสะพานข้ามน้ำโขงไทย-ลาวแห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) ที่กำลังมีการก่อสร้างคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 98 และคาดว่าจะมีการเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 11เดือนธันวาคม 2556 ซึ่งจะกลายเป็นช่องทางเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ผ่านถนนอาร์ 3 เอเข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน และรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558

เชียงของแหล่งท่องเที่ยวชาวจีน

ประการสำคัญ ปัจจุบันนี้อำเภอเชียงของ กลายเป็นช่องทางการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่ให้ความนิยมเดินทางด้วยรถยนต์จากจีนตอนใต้ ผ่านถนนอาร์ 3 เอเข้าสู่ชายแดนลาวที่เมืองห้วยทราย ก่อนข้ามน้ำโขงมาขึ้นฝั่งไทยที่อำเภอเชียงของ และเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือของไทยเป็นจำนวนมาก โดยดูจากตัวเลขของศุลกากรเชียงของระบุว่า มีรถของนักท่องเที่ยวขาเข้าผ่านอำเภอเชียงของ ในปี 2556 จำนวน 3,117 คัน มากกว่าปี 2555 กว่า ที่มีจำนวน 1,918 คัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์ของนักท่องเที่ยวชาวจีน

ขณะที่มูลค่าการค้าชายแดนไทย-ลาวผ่านด่านศุลกากรเชียงของปีงบประมาณ 2556 มีจำนวน 13,641 ล้านบาท เทียบกับปีงบประมาณ 2555 มีจำนวน 12,524 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการค้าชายแดนมีการพัฒนาไปสู่ระบบสากลอย่างต่อเนื่อง ทำให้มองว่าอำเภอเชียงของจะมีความเหมาะสมเป็นศูนย์กระจายสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ควบคู่กันได้

ดันโครงการแลนด์มาร์คปลาบึก

ล่าสุด ได้มีโครงการจัดสร้างแลนด์มาร์คปลาบึกขึ้นในพื้นที่ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย บนพื้นที่สาธารณะของเทศบาลตำบลเวียง ประมาณ 40 ไร่ เนื่องจากบริเวณแม่น้ำโขงแห่งนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาบึก ที่ถือว่าเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแหล่งอนุรักษ์และแพร่พันธุ์ปลาบึกที่มีที่แม่น้ำโขงเพียงแห่งเดียว อีกทั้งในแต่ละปีจะมีการจับปลาบึกที่บ้านหาดไคร้ โดยจะมีการจัดพิธีบวงสรวงปลาบึกอย่างใหญ่โต ซึ่งแต่ละปีจะได้รับความสนในจากพ่อค้าที่มารับซื้อปลาบึก และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จะพบได้ว่าชาวประมงต่างมีความผูกพัน และมีตำนานเกี่ยวกับปลาบึก จึงอยากให้มีแหล่งที่จะถ่ายทอดความรู้ และการอนุรักษ์มารวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

สำหรับโครงการสร้างแลนด์มาร์คปลาบึก คาดว่าจะใช้งบประมาณราว 200 ล้านบาท โดยจะมีการปรับพื้นที่ริมน้ำโขงให้เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ภายในจะมีสระน้ำขนาดใหญ่ที่สร้างปลาบึกจำลองขึ้นมาขนาดยาวประมาณ 30 เมตร สูงราวตึก 3 ชั้น คาดว่าจะเป็นปลาบึกจำลองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดโลก

ดึง"เฉลิมชัย-โฆษิต"ช่วยออกแบบ

นอกจากนั้น ยังจะมีการสร้างหอประชุมที่บรรจุคนได้ 500 คน, ศาลาไทย จำนวน 3 หลัง โดยมีอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินชื่อดังชาวเชียงราย เป็นผู้ออกแบบงานศิลปะที่เกี่ยวข้องในโครงการนี้

นายธนิสร กล่าวอีกว่า ตอนนี้ได้มีการปรับปรุงพื้นที่ และทำการตอกเสาเข็มสร้างฐานปลาบึกแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาในส่วนนี้ประมาณ 120 วัน ส่วนการพัฒนาโครงสร้างด้านอื่นๆจะดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปีจึงจะเสร็จสมบูรณ์ พร้อมกันนี้จะมีการทำสะพานเชื่อมแม่น้ำดุก ที่อยู่ในพื้นที่ของแลนด์มาร์คปลาบึก เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างเทศบาลตำบลเวียง และเทศบาลตำบลเวียงเชียงของ โดยคาดว่าต่อไปจะกลายเป็นพื้นที่สำคัญทางด้านท่องเที่ยว และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอเชียงของที่ทั่วโลกจะรู้จัก

ขณะเดียวกัน ตอนนี้ทางยังมีการพัฒนาให้เกิดทุ่งดอกไม้ 3 ฤดูบริเวณตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เนื่องจากจุดนั้นจะเป็นพื้นที่สูง และเหมาะเป็นจุดชมวิวน้ำโขง เมื่อได้มีการพัฒนาให้นำดอกไม้นานาชนิดที่เหมาะสมกับแต่ละฤดูมาปลูก เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาแวะชมได้ระหว่างการเดินทางเส้นทางเลียบแม่น้ำโขงจากอำเภอเชียงของไปยังอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเบื้องต้นได้งบประมาณของจังหวัดเชียงรายมาจำนวน 18 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 75 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบต่อเนื่อง 3 ปี

ดันเชียงของศูนย์ท่องเที่ยว-โลจิสติกส์

"ภาคเอกชนมองว่า อำเภอเชียงของไม่ได้เป็นเพียงเมืองหน้าด่านการค้าชายแดนเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ระหว่างเส้นทางกรุงเทพฯ และนครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากเป็นจุดกึ่งกลางที่ต้องเข้ามาพำนัก และกระจายสินค้า โดยตอนนี้ศักยภาพของอำเภอเชียงของ ได้มีการลงทุนด้านโมเดิร์นเทรดของกลุ่มเทสโก้โลตัส, มีการก่อสร้างโรงแรม และร้านอาหาร รวมถึงกลุ่มทุนโลจิสติก์ก็เข้ามาขยายสาขา เพื่อรองรับการเข้ามาของนักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ" นายธนิสร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตต่อไปเชื่อว่าการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย จะเห็นนักท่องเที่ยวในแถบอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นชาวลาว, ชาวจีน, ชาวพม่า และชาวเวียดนามมากขึ้น เนื่องจากสามารถเดินทางได้ทั้งทางน้ำ และทางบกด้วยรถยนต์ส่วนตัว และรถยนต์สาธารณะ ซึ่งปัจจุบันบริษัทขนส่งจำกัด (บขส.)ได้เปิดเดินรถเส้นทางเชียงใหม่-หลวงพระบาง โดยผ่านที่อำเภอเชียงของ ก่อนเข้าไปเมืองชั้นในของสปป.ลาว โดยผ่านที่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว จึงทำให้การท่องเที่ยวในภูมิภาคแถบนี้มีความคึกคักกว่าเมื่อปีก่อนหลายเท่าตัว