ปากีสถานเตรียมทบทวนความสัมพันธ์สหรัฐ หลังจากเกิดเหตุอากาศยานไร้คนขับของสหรัฐสังหารผู้นำตาลีบัน
สำนักนายกรัฐมนตรีปากีสถานเปิดเผยว่า ปากีสถานเตรียมทบทวนความสัมพันธ์กับสหรัฐ ในการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูง หลังจากเกิดเหตุอากาศยานไร้คนขับหรือ "โดรน" ของสหรัฐ สังหารผู้นำตาลีบันปากีสถาน ขณะที่โฆษกกลุ่มตาลีบันปากีสถานแถลงตั้งผู้นำรักษาการขึ้นนำกลุ่มเป็นการชั่วคราว
รัฐบาลปากีสถานประนามการสังหาร "นายฮาคิมุลเลาะห์ เมห์ซุด" ผู้นำกลุ่มตาลีบันปากีสถาน ว่าทำให้การเจรจาสันติภาพหยุดชะงัก และเรียกทูตสหรัฐเข้าพบเพื่อแสดงความไม่พอใจเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย "นายชัวดรี นิซาร์" กล่าวว่าฆาตกรนายเมห์ซุดก็คือฆาตกรผู้สังหารความพยายามเจรจาสันติภาพทั้งมวล และรัฐบาลปากีสถานยังต้องการจัดการเจรจา
ขณะที่โฆษกกลุ่ม "เตห์ริก อี ตาลีบัน ปากีสถาน" หรือทีทีพี ประกาศแต่งตั้งนายอัสมาตุลเลาะห์ ชาฮีน บิตตานี ขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มทีทีพีเป็นการชั่วคราว พร้อมประกาศจะแก้แค้นด้วยการวางระเบิด
นายเมซุด ซึ่งถูกสหรัฐตั้งค่าหัว 5 ล้านดอลลาร์ ถูกสังหารพร้อมด้วยผู้ติดตามสี่คน เมื่อวันศุกร์ในเขตนอร์ธ วาซิริสถาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ใกล้พรมแดนอัฟกานิสถาน
กลุ่มตาลีบันปากีสถานสังหารประชาชนและสมาชิกกองกำลังรักษาความมั่นคงหลายพันคน แต่รัฐบาลใหม่เรียกร้องให้เจรจาสันติภาพ การสังหารนายเมห์ซุดจุดประกายความไม่พอใจจากรัฐบาลปากีถสาน ที่กล่าวหาว่ารัฐบาลสหรัฐบ่อนทำลายความพยายามเริ่มต้นในการเจรจาสันติภาพกับตาลีบัน
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับปากีสถานตึงเครียดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมทั้งในปี 2554 เมื่อกองกำลังสหรัฐบุกสังหารนายโอซามา บินลาเดน ซึ่งปากีสถานกล่าวว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของปากีสถาน
แต่แม้ไม่พอใจ ประเทศยากจนอย่างปากีสถานก็ต้องพึ่งพาการสนับสนุนอย่างมากจากสหรัฐ เช่นเดียวกับสหรัฐที่ไม่มีทีท่าว่าจะยุติความสัมพันธ์โดยสมบูรณ์กับพันธมิตรที่มีอาวุธนิวเคลียร์รายนี้





