องค์การอนามัยโลกชี้ต้องใช้เงินหลายร้อยล้านดอลลาร์เพื่อยับยั้งภัยจากเชื้อมาลาเรียดื้อยา ซึ่งแพร่จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังส่วนอื่นของโลก
ฮู ระบุว่า ปัจจุบัน เชื้อมาลาเรียดื้อยากลุ่มอาร์เทมิซินินถูกพบในเวียดนามและพม่า หลังจากที่ 5 ปีก่อนเคยเตือนว่ายาประเภทดังกล่าวไม่มีผลในการต้านเชื้อมาลาเรียในแถบชายแดนไทย-กัมพูชาได้อีกต่อไป
ผู้อำนวยการภูมิภาคขององค์การอนามัยโลก "นายชิน ยัง-ซู" แถลงว่า การเกิดขึ้นของเชื้อมาลาเรียดื้อยากลุ่มอาร์เทมิซินินอาจเป็นอุปสรรคครั้งใหญ่ต่อการควบคุมและกำจัดเชื้อดังกล่าว รวมถึงเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของคนทั่วโลก บรรดาประเทศพันธมิตรพัฒนาแล้วต่างสนับสนุนความพยายามขององค์การอนามัยโลกเต็มที่ แต่ยังต้องเผชิญอุปสรรคสำคัญคือการขาดเงินทุนอย่างน้อย 450 ล้านดอลลาร์ใน 3 ปีข้างหน้า
ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า เชื้อมาลาเรียซึ่งเกิดจากปรสิตซึ่งมาจากยุงที่ดูดเลือดคน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 660,000 คนในแต่ละปี
การบำบัดโดยยาอาร์เทมิซินินเป็นวิธีการรักษากลุ่มแรกสำหรับเชื้อมาลาเรียที่เกิดจากปรสิต "พลาสโมเดียม ฟัลซิปารัม" ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ร้ายแรงที่สุดของเชื้อมาลาเรีย และยาดังกล่าวยังเคยถูกให้เป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากเชื้อมาลาเรียทั่วโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
นายชินระบุว่า หากเชื้อมาลาเรียดื้อยาอาร์เทมิซินินเกิดขึ้นในประเทศอื่นๆด้วย อาจเป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพของคนทั่วโลกทันที โดยปัจจุบันเชื้อมาลาเรียกลุ่มนี้พบใน 6 ประเทศบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งรวมถึงลาวและมณฑลยูนนานของจีน
องค์การอนามัยโลกระบุว่า การดื้อยาของเชื้อมาลาเรียอาจเกิดมาจากการที่ปรสิตชนิดดังกล่าวได้รับยาอาร์เทมิซินินเป็นเวลานาน เช่นเดียวกับยาประเภทต่ำกว่ามาตรฐานและยาปลอมในกระแสเลือด นอกจากนี้ยังมีเชื้อมาลาเรียดื้อยากลุ่มอื่น ๆ เกิดขึ้นในแถบชายแดนกัมพูชา-ไทย ก่อนที่แพร่ระบาดไปยังภูมิภาคเอเชียใต้ แล้วไปที่แอฟริกาซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีผู้เสียชีวิตจากเชื้อมาลาเรียมากที่สุด





