วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แรงงานอินโดนีเซียประท้วง'วัดใจ'นักลงทุน

แรงงานอินโดนีเซียหลายพันคนชุมนุมในกรุงจาการ์ตา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลขึ้นค่าจ้าง ทำให้เกิดความวิตกต้นทุนแรงงาน

การชุมนุมประท้วงของแรงงานชาวอินโดนีเซียหลายพันคนชุมนุมในกรุงจาการ์ตาเมื่อวานนี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลขึ้นค่าจ้าง ทำให้เกิดความวิตกว่าต้นทุนแรงงานของประเทศที่เศรษฐกิจมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ กำลังเริ่มไม่มีความน่าดึงดูดใจ

บรรดาสมาชิกสหภาพแรงงานรายใหญ่ๆ ของอินโดนีเซียเกือบ 7,000 คน เดินขบวนจากใจกลางกรุงจาการ์ตา ไปยังทำเนียบประธานาธิบดี เพื่อกดดันให้รัฐบาลขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีก 50% และปรับปรุงสวัสดิการสังคม

ข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้แก่ประธานาธิบดีสุสิโล บัมบัง ยูโดโยโน ในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนงานรายได้ต่ำจำนวนมาก ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาและประธานาธิบดีในปีหน้า

รัฐบาลประธานาธิบดียูโดโยโนกล่าวว่า จะประกาศตะกร้าอ้างอิงเงินเฟ้อ เพื่อกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ แต่บรรดาผู้ผลิตกังวลว่าต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นจะทำให้สินค้าอินโดนีเซียแข่งขันได้น้อยลง

ประธานสมาคมนายจ้าง "นายซอฟจัน วานันดี" กล่าวว่า นักลงทุนจำนวนหนึ่งกังวลว่า รัฐบาลจะยอมเหมือนปีที่แล้ว อันจะสร้างความไม่ยั่งยืนต่อธุรกิจ เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ต้องปลดคนงานหลายออกหลายพันคน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ดังนั้นในปีนี้ธุรกิจจึงมีความหวังว่ารัฐบาลจะปกป้องนักลงทุนอย่างจริงจังมากขึ้น

ปีที่แล้วค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนดในมหานครจาการ์ตา อันเป็นที่ตั้งของโรงงานจำนวนมาก เพิ่มขึ้น 44% โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.9 ล้านรูเปี๊ยะห์ต่อเดือน หรือราว 5,160 บาท

แม้ว่าอินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่เศรษฐกิจโตเร็วที่สุดในโลกแห่งหนึ่งมาเป็นเวลาหลายปี แต่ประชากรเกือบ 40% ดำรงชีวิตอยู่ด้วยเงินเพียง 2 ดอลลาร์ต่อวัน และช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนขยายตัวมากขึ้น ปัญหานี้ดูจะเป็นวาระสำคัญที่สุดในการเลือกตั้งปีหน้า

นักเศรษฐศาสตร์กังวลว่ารัฐบาลจะยอมให้กับข้อเรียกร้องต่างๆ เพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง แล้วหลีกเลี่ยงการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพื่อช่วยรับมือกับเศรษฐกิจชะลอตัว

คนงานโรงงานทอผ้านอกกรุงจาการ์ตา วัย 36 ปี "นางยานา ซันเธีย" กล่าวว่า รัฐบาลน่าจะเข้าข้างคนงาน คนงานกำลังเจ็บปวดจากราคาสินค้าสูงขึ้นจนไม่สามารถซื้อหาได้ แต่ถึงวันนี้รัฐบาลยังเลือกที่จะสนับสนุนธุรกิจของบริษัทต่างประเทศ

อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบสี่ปีครึ่งหลังจากมีการขึ้นราคาน้ำมันในเดือนมิถุนายน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยถูกบีบให้สูงที่สุดในรอบเกือบสี่ปี ส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันเงินรูเปี๊ยะห์ที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว และเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่าลงมากที่สุดของเอเชียในปีนี้

รัฐบาลอินโดนีเซียเคยกล่าวว่า มีแผนออกมาตรการสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมากอย่างอุตสาหกรรมสิ่งทอเพื่อป้องกันการปลดคนงาน แต่มาตรการเหล่านั้นก็ยังไม่ได้นำมาปฏิบัติ และมีความกังวลอย่างกว้างขวางว่าอุตสาหกรรมการผลิตของอินโดนีเซีนกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับเพื่อนบ้าน

โฆษกประธานาธิบดีปฏิเสธจะให้ความเห็นเมื่อถูกถามว่า รัฐบาลจะตอบสนองข้อเรียกร้องล่าสุดอย่างไร ผู้นำสหภาพแรงงานกล่าวว่ามีแผนจะประท้วงมากขึ้นอีกใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า รวมทั้งการนัดหยุดงานทั่วประเทศปลายเดือนตุลาคม