กองทุนเพื่อการลงทุนภาคเอกชนทุ่มเงินร่วม 1.2 แสนล้านดอลลาร์ ลงทุนในเอเชีย นับเป็นการลงทุนครั้งใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมา
กองทุนเพื่อการลงทุนภาคเอกชนทุ่มเงินร่วม 120,000 แสนล้านดอลลาร์ ลงทุนในเอเชีย นับเป็นการลงทุนครั้งใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่บรรดานักวิเคราะห์เตือนว่า ตลาดต่างๆ ในภูมิภาคที่ยังมีขนาดเล็ก ทั้งยังต้องเจอกับความเข้มงวดของรัฐบาล และการแข่งขันอย่างรุนแรงในการทำข้อตกลง ซึ่งอาจทำให้เป็นเรื่องยากที่จะทำกำไรจากการลงทุนได้ทั้งหมด
ข้อมูลจากบริษัทจัดหาข้อมูล เพรกิน ระบุว่า การขยายตัวที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจเอเชีย ทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บรรดานักลงทุนพากันทุ่มเงินลงทุนเข้ามาในภูมิภาคนี้ แม้ผลตอบแทนจากการลงทุนจะยังล้าหลังอเมริกาเหนืออยู่ก็ตาม
ในช่วง 1 ปี นับถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทเพื่อการลงทุนส่วนบุคคล ที่ดำเนินงานในเอเชีย ได้ผลตอบแทนต่อการลงทุนที่ 6.5% เทียบกับ 12.7% ในอเมริกาเหนือ ขณะที่ในช่วง 5 ปี นับถึงสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเช่นเดียวกันนั้น กองทุนเอเชียมีอัตราผลตอบแทนต่อการลงทุน สำหรับข้อตกลงที่ทำกำไรเพียง 3.9% เท่านั้น เทียบกับอเมริกาเหนือที่ 6.8%
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มักจะมีการลงทุนก้อนโต อย่างญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ไม่ได้เป็นมิตรกับนักลงทุนมากนัก และเมื่อสามารถทำข้อตกลงได้ ก็จะต้องเจอกับการแข่งขันรุนแรง ขณะที่การเข้าลงทุนในตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง อย่าง จีน หรือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักมีขนาดเล็ก





