ธนาคารกลางญี่ปุ่น ชี้ อาจเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก หากสหรัฐไม่เพิ่มเพดานหนี้
นายฮิโรชิ นากาโซะ รองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจ กล่าวว่า หุ้นทั่วโลกอาจร่วงกันถ้วนหน้า ขณะที่ดอกเบี้ยระยะยาวอาจพุ่งสูงขึ้น เพื่อรับมือกับวิกฤติร้ายแรงต่อเศรษฐกิจโลก หากนักการเมืองสหรัฐไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อเพิ่มเพดานหนี้ได้ทันเส้นตายในวันที่ 17 ตุลาคมนี้
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นในลักษณะคล้ายคลึงกันกับความเห็นของรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งส่งสัญญาณให้เห็นถึงความวิตกกังวลของรัฐบาลญี่ปุ่นเกี่ยวกับผลกระทบต่อการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ หากภาวะชะงักงันทางการเมืองไม่ได้รับการแก้ไขในเร็ว ๆ นี้
นายนากาโซะแถลงในการประชุมร่วมกับบรรดาผู้นำภาคธุรกิจในเมืองมัตสุเอะของญี่ปุ่นว่า สถานการณ์ดังกล่าวเป็นความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐและเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจทั่วโลก
เขาระบุว่า การแก้ปัญหาอย่างทันท่วงทีเกี่ยวกับปัญหาขัดแย้งทางการคลังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเศรษฐกิจโลก รวมถึงญี่ปุ่นด้วย นอกจากนี้ การไถ่ถอนและการชำระดอกเบี้ยของหนี้รัฐบาลสหรัฐจะหยุดลง หากไม่สามารถเพิ่มเพดานหนี้ภายในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐ
นายนากาโซะชี้ว่า หากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจะส่งผลเชิงลบที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก โดยจะทำให้ดอกเบี้ยระยะยาวพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาหุ้นดิ่ง และเกิดความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
นอกเหนือจากประเด็นปัจจัยเสี่ยงของสหรัฐแล้ว นายนากาโซะยังมีความหวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของญี่ปุ่น โดยกล่าวว่าแรงกระตุ้นเชิงบวกที่เกิดกับค่าแรงและรายได้ครัวเรือนจะเป็นปัจจัยหนุนต่อการใช้จ่ายส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง
รองผู้ว่าบีโอเจ คาดว่าภาคส่งออกของญี่ปุ่นจะได้รับแรงหนุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจในต่างประเทศเริ่มฟื้นตัว ซึ่งจะช่วยทำให้การฟื้นตัวของญี่ปุ่นมีความยั่งยืน ถึงแม้เขาจะเตือนว่าประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หลายแห่งจะยังคงได้รับแรงกดดันจากเงินทุนไหลออก เนื่องจากบรรดานักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดจะลดมาตรการกระตุ้นซื้อสินทรัพย์จำนวนมหาศาลในเร็ว ๆ นี้
นายนากาโซะแถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงมีสูง จึงจำเป็นต้องจับตาสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด





