พญามังกรผงาดเวทีเอเปค พร้อมประกาศลั่นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะโตไม่ได้ถ้าขาดจีน
ผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย แปซิฟิค หรือ เอเปคหารือร่วมกันเป็นวันสุดท้ายเมื่อวานนี้ โดยมีผู้นำของจีนแสดงบทบาทพี่ใหญ่ในเวทีหารือ แทนผู้นำสหรัฐที่ต้องอยู่สะสางปัญหาเศรษฐกิจในบ้าน และผู้นำจีนประกาศว่า จีนจะเติบโตไม่ได้หากถูกโดดเดี่ยวจากเอเชียแปซิฟิก และภูมิภาคนี้ก็เติบโตไม่ได้ ถ้าไม่มีจีน
การประชุมครั้งนี้ประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้เพราะมีภารกิจที่จะต้องแก้ไขปัญหางบประมาณและเพดานหนี้ ทำให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน กลายเป็นดาวเด่นในการประชุมครั้งนี้แทนโอบามา แม้นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐที่เข้าร่วมประชุมแทน ได้ย้ำในเวทีเอเปค ว่า ไม่มีอะไรสั่นคลอนคำมั่นของสหรัฐที่จะหันมาให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้
นอกจากผู้นำจีนจะระบุว่า เอเชียแปซิฟิกเป็นครอบครัว ที่จีนร่วมเป็นสมาชิก และจีนไม่อาจพัฒนาเติบโตได้หากโดดเดี่ยวจากเอเชียแปซิฟิก และภูมิภาคนี้ไม่สามารถเติบโตได้โดยปราศจากจีนแล้ว นายสียังย้ำว่า จีนจะเดินหน้าปฏิรูปทุกอย่างรอบด้าน ทั้งในเรื่องระบบเศรษฐกิจโดยรวม ระบบการบริหารราชการ การพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรม สังคมและระบบความยุติธรรม โดยประกาศว่าเศรษฐกิจจีนกำลังพัฒนาขึ้นอีกขั้น
ส่วนประเด็นการทำความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคฟื้นแปซิฟิกหรือ ทีพีพี ที่ประกอบด้วยภาคีสมาชิก 12 ชาติ ซึ่งแต่เดิมนั้น ประธานาธิบดีโอบามาจะใช้เวทีเอเปคผลักดันให้ข้อตกลงแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้นั้น แต่ทั้งจีน ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกทีพีพี และชาติกำลังพัฒนาบางประเทศที่อยู่ในทีพีพี กังวลว่า ข้อตกลงนี้จะตั้งกฎการค้าที่เอื้อประโยชน์เฉพาะประเทศร่ำรวยและบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุด
ผู้นำจีนบอกด้วยว่า จีนมุ่งมั่นที่จะสร้างกรอบความร่วมมือภูมิภาคแปซิฟิก ที่เอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และสื่อของจีน บอกว่าทีพีพี เป็นเพียงก้าวใหม่ของสหรัฐ ที่จะควบคุมเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก
เช่นเดียวกับอินโดนีเซียส่งสัญญาณไม่พอใจที่มีการให้ความสำคัญกับทีพีพีมากกว่าเนื้อหาการประชุมของเอเปค จึงได้ขอให้ย้ายการพบปะของชาติสมาชิกทีพีพี ไปหารือนอกสถานที่จัดประชุมเอเปค โดยเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียคนหนึ่งบอกว่า หนึ่งในเหตุผลของเรื่องนี้ คือ ไม่ต้องการให้มีเรื่องใดบดบังการประชุมเอเปค
ขณะเดียวกันจีนและอินโดนีเซียกำลังร่วมมือจัดตั้งข้อตกลงการค้าเสรีแข่งกับทีพีพี โดยมีอาเซียนร่วมผลักดันด้วย และคาดว่าจะมีการหารือในการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกที่บรูไนภายในสัปดาห์นี้





