วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีนเร่งสหรัฐแก้วิกฤติหวั่นกระทบเงินลงทุน

จีนเรียกร้องให้สหรัฐแก้วิกฤติหวั่นกระทบเงินลงทุน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดวิกฤติหนี้ และรับประกันลงทุนจีนในสหรัฐ

จีนเรียกร้องสหรัฐให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดวิกฤติหนี้ และรับประกันถึงความปลอดภัยของการลงทุนจีนในสหรัฐ หลังเส้นตายในการเพิ่มเพดานหนี้ ที่ยังหาทางออกไม่ได้เริ่มใกล้เข้ามา

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังจีน "นายจู กว่างเหยา" ระบุว่า เป็นเรื่องปกติที่จีน ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่สุดของสหรัฐ จะต้องมีความวิตกถึงความคืบหน้าเรื่องการผ่าทางตัน ในการเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐ โดยการแถลงครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่จีนออกมาแสดงท่าทีต่อเรื่องกำหนดเส้นตายเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐ

นายจู กล่าวด้วยว่า สหรัฐตระหนักอย่างดีถึงเรื่องที่จีนกำลังกังวลอยู่ โดยที่ผ่านมาทั้ง 2 ฝ่ายเคยมีการพูดคุยถึงเรื่องนี้กันมาแล้ว ซึ่งรัฐบาลจีนได้ขอให้สหรัฐดำเนินการด้านต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ทันเวลาเส้นตาย 17 ต.ค.นี้ เพื่อไม่ให้สหรัฐต้องผิดนัดชำระหนี้่ และทำให้การลงทุนของจีนในสหรัฐ รวมถึง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อยู่ในสถานะที่ปลอดภัย

รัฐมนตรีช่วยคลังจีนย้ำว่า เรื่องดังกล่าว ถือเป็นความรับผิดชอบของสหรัฐ พร้อมแสดงความหวังว่า สหรัฐจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต ซึ่งเขาหมายถึงวิกฤตหนี้สาธารณะแบบเดียวกันนี้ ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2554 ที่ทำให้สหรัฐโดนลดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับอย่าง เอสแอนด์พี ลงมาอยู่ที่ระดับ "เอเอบวก" จากระดับ "เอเอเอ"

ซึ่งจบลงด้วยข้อตกลงที่ใช้เวลาพิจารณายาวนาน 12 ชั่วโมง ภายใต้ความกดดันอันมหาศาล หากเกิดการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐ อันจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจทั้งโลก

ถึงเวลานี้ นับเป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้วที่ทางการสหรัฐ เข้าสู่สภาวะปิดหน่วยงานรัฐ ที่ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงเมื่อใด และสภาคองเกรสต้องพบกับเส้นตายในการขยายเพดานหนี้สาธารณะของรัฐบาลกลางในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ โโยบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกับแก้ไขปัญหานี้อย่างนายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้เเทนราษฎรจากรีพับลิกัน ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีทางที่ส.ส.ฝั่งรีพับลิกันจะยอมอนุมัติขยายเพดานหนี้ โดยปราศจากเงื่อนไขลดงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลลง

ท่าทีดังกล่าว ทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ ว่ารัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามา กับสภาผู้แทนราษฎรจะไม่สามารถตกลงกันได้ทันกำหนดเส้นตาย และจะทำให้รัฐบาลสหรัฐตกอยู่ในภาวะที่เรียกกันอย่างง่ายๆ ว่า "ถังแตก" นั่นเอง