วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอดีบีชี้บอนด์เอเชียส่อจ่ายดอกแพงขึ้น

เอดีบีประเมิน 3 ปัจจัยเสี่ยง "สหรัฐเข้มนโยบายการเงิน-ศก.ในภูมิภาคชะลอ-เงินไหลออก"กดดันบอนด์เอเชียต้นทุนจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้น

นายอิวาน เจ.อาซิส หัวหน้าสำนักงานการรวมเศรษฐกิจระดับภูมิภาคของ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) กล่าวว่า ตลาดบอนด์เอเชียและผู้ออกบอนด์ อยู่ในสถานะที่ดีกว่าในการต้านทานความผันผวนทั่วโลกเกิดขึ้นรอบล่าสุด เมื่อเทียบปี2540-2541 แต่เน่นอนว่าช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก กำลังรอทั้งภูมิภาคอยู่ ความท้าทายของตลาดบอนด์เอเชีย อยู่ที่การให้ความมั่นใจได้ว่า เอเชียสามารถจะรับมือต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น ในขณะที่ราคาสินทรัพย์จะลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่องบดุลบริษัท และฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ

"รัฐบาลประเทศต่างๆส่วนใหญ่ในภูมิภาคพลาดโอกาสที่จะระดมทุนราคาถูก เพื่อสนับสนุนงบใช้จ่ายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งเอดีบีคาดวาเอเชียจำเป็นต้องใช้จ่ายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อย่างน้อย 8 ล้านล้านดอลลาร์ ระหว่างปี 2553จนถึง 2563 เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ต่อเนื่อง และผลจากเรื่องนี้จะสร้างความตึงเครียดให้ความพยายามลดความยากจน บั่นทอนการเติบโตของภูมิภาคในอนาคต"

เอดีบีให้ข้อมูลว่า จนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.ปีนี้ ยอดคงค้างของตราสารหนี้สกุลเงินท้องถิ่นในตลาดเกิดใหม่แถบเอเชีย ประกอบด้วย ไทย, จีน, ฮ่องกง, จีน, อินโดนีเซีย, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และเวียดนาม มีมูลค่ารวมกัน 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 1.7% เทียบกับสิ้นเดือนมี.ค.ปีนี้

รายงานของเอดีบีชี้ว่า ในตลาดเกิดใหม่ย่านเอเชียตะวันออก ยังคงมีการออกตราสารหนี้สกุลเงินท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นการออกในอัตราเชื่องช้า ขณะที่ผู้ออกบางรายเลื่อนกำหนดออกไป จากการเผชิญภาวะต้นทุนสูงขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค โดยระหว่างเดือนเม.ย.และเดือนมิ.ย.ปีนี้ เอเชียออกตราสารหนี้ใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 4% เทียบเดือนม.ค.จนถึงเดือนมี.ค. ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้ออกโดยหน่วยงานและรัฐบาลกลางของประเทศต่างๆในภูมิภาคที่ออกเพิ่มขึ้น 26.8% ตรงข้ามกับการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนซบเซาขยายตัว 20.1% เทียบไตรมาสต่อไตรมาสมีมูลค่า 1.68 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดขายตราสารหนี้ออกใหม่ของบริษัทจีนโตเพียง 48.8% และหากไม่รวมหุ้นกู้บริษัทจีนแล้ว อัตราขยายตัวหุ้นกู้ออกโดยชาติอื่นๆในเอเชียเพิ่มขึ้นเพียง 1.4%

ทั้งนี้ ความปั่นป่วนวุ่นวายในตลาดการเงินโลก ได้ส่งผลให้บริษัทจากตลาดเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทได้เรทติ้งต่ำ ออกหุ้นกู้ได้ยากขึ้นและต้องจ่ายแพงขึ้น ในการกู้ยืมเป็นเงินสกุลสำคัญไม่ว่าจะเป็นดอลลาร์ ยูโรหรือเยน และจากสถิติช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ได้ออกหุ้นกู้มูลค่า 8.1 หมื่นล้านดอลลาร์ เฉพาะเดือนมิ.ย.และเดือนก.ค. มีมูลค่าหุ้นกู้ออกเพียง 7.5 พันล้านดอลลาร์