นักลงทุนระยะยาวชาวต่างชาติมองหาหุ้นตัวเล็กในตลาดหุ้นโตเกียว หลังหุ้นตัวใหญ่ในตลาดอย่างโตโยต้าฯ และโซนี่ คอร์ป ไม่มีแนวโน้มที่ราคาจะถูกลง
ผู้จัดการกองทุนบริษัทแอดไวซอรี่ รีเสิร์ช อินเวสท์เมนท์ แมเนจเมนท์ในชิคาโก นายดรูว์ เอ็ดเวิร์ด ผู้บริหารสินทรัพย์ 800 ล้านดอลลาร์ เปิดเผยว่า ราคาหุ้นของบริษัทที่เน้นการส่งออกหลายบริษัทเริ่มแพงขึ้น โดยกองทุนที่นายเอ็ดเวิร์ดบริหารอยู่ เข้าลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นกว่า 40 ตัว ส่วนใหญ่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดต่ำกว่า 2 แสนล้านเยน เช่น หุ้นบริษัทไดเซกิ ในนาโกย่า ซึ่งเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมกำจัดของเสีย และทำธุรกิจเฉพาะภายในบ้านเกิดเท่านั้น
นายเอ็ดเวิร์ดกล่าวว่า ไดเซกิขายบริการให้กับโตโยต้า และโรงงานอื่น ๆ ทำให้การอ่อนค่าของเงินเยน ส่งผลกระทบต่อลูกค้าบริษัท อันหมายความว่า ไดเซกิก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย แต่เมื่อโตโยโต้า และบริษัทที่เน้นการส่งออกอื่น ๆ ได้ประโยชน์ ไดเซกิย่อมได้ประโยชน์ไปด้วย เห็นได้จากเงินทุนไหลเข้าผ่านรายได้และผลกำไร ซึ่งไดเซกิเป็นตัวชี้วัดที่ดีมาก ถึงสถานการณ์ในตลาด
ขณะที่ผู้จัดการกองทุนเจพีมอร์แกน แอสเซท แมเนจเมนท์ในโตเกียว นายนิโคลัส เวนด์ลิ่ง กล่าวว่า หากมองตลาดหุ้นญี่ปุ่นโดยภาพรวมแล้ว จะเห็นว่า กว่าครึ่งหนึ่งของบริษัทในตลาด แทบจะไม่ได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์มากนัก ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะลงทุนในหุ้นเหล่านั้น โดยนายเวนด์ลิ่ง ลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต ที่ในปีนี้ ราคาทะยานขึ้นมาแล้วราว 94-216% โดยมองว่าบริษัทเหล่านี้จะเติบโตในระยะยาว ไม่ใช่แค่ 2-3 ปี แต่เป็น 10 ปี





