อินเดียเร่งแก้หัวหอมแพงหวั่นกระทบเลือกตั้ง เผยราคาขายส่งหัวหอมในเดือนส.ค.พุ่งขึ้นกว่า 245%
คนอินเดียกำลังติดตามราคาหอมแดงมากกว่ารายงานสภาพอากาศ โดยหอมแดง ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในอาหารของอินเดีย มีราคาขายปลีกในระดับสูงมากที่ 70 รูปี ต่อกิโลกรัม จากปกติที่มีราคาเพียง 20 รูปี จนทำให้หลายครัวเรือนไม่สามารถซื้อหาได้ ส่วนราคาขายส่งหัวหอมในเดือนสิงหาคมพุ่งขึ้นกว่า 245% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ขณะที่ร้านขายเนื้อสะเต๊ะยอดนิยมทั่วกรุงนิวเดลีได้ลดขนาดการใช้หอมแดง และบางร้านก็ประหยัดเป็นพิเศษด้วยการเจียดหัวหอมให้เฉพาะรายการอาหารที่มีการร้องขอมาเท่านั้น
ในอดีต ความผันแปรของราคาหัวหอมได้เป็นชนวนการประท้วง จนถึงขั้นทำให้รัฐบาลในระดับรัฐต้องหลุดจากอำนาจมาแล้ว
ราคาอาหารที่แพงจึงอาจส่งผลถึงชะตากรรมของสหพันธมิตรก้าวหน้าหรือยูพีเอ ซึ่งเป็นรัฐบาลผสม ในช่วงที่การเลือกตั้งในหลายรัฐจะมีขึ้นในอีกสองสามเดือนหน้า และการเลือกตั้งทั่วไปจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม
ที่ผ่านมา รัฐบาลดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อกระตุ้นการจัดหาหัวหอมและดึงราคาลงมา ทั้งยังห้ามส่งออกหัวหอมเป็นเวลาสองอาทิตย์ในเดือนสิงหาคม และเพิ่มเงินอุดหนุนแก่เกษตรกร นอกจากนั้นยังมีการนำเข้าหอมแดงจากอียิปต์ และปากีสถาน
รัฐมนตรีกระทรวงสหพันธ์อาหาร นายเควี โธมัส เผยว่า ราคาขายส่งหัวหอมน่าจะลดลงภายใน 15 - 20 วัน เนื่องจากภาวะคอขวดด้านการจัดหา ได้ผ่านไปแล้ว โดยการสูญเสียและการกักตุน เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ประชากรยากจนในอินเดียมีสัดส่วนกว่า 70% นักเศรษฐศาสตร์ จึงกล่าวว่า ราคาอาหารที่แพงเปรียบได้กับการเก็บภาษีคนจน
หัวหน้าพรรคภราติยะ ชนตะ หรือบีเจพี ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน และอดีตรัฐมนตรีคลัง นายจัสวัน ซิงห์ กล่าวว่า ราคาอาหารที่สูงถือเป็นการทำร้ายคนจนและแม่บ้านในสถานการณ์ที่พวกเขาไม่ทราบเลยว่า กำลังถูกเก็บภาษีอยู่
ข้อมูลจากกลุ่มการเกษตร เอสเอฟเอซีอินเดีย ระบุว่าอินเดียเป็นประเทศที่ปลูกหัวหอมรายใหญ่อันสองของโลก ซึ่งมีการผลิตเฉลี่ยต่อปี 15 ล้านตัน เพียงพอกับการบริโภคในประเทศ
ปริมาณสินค้าในโกดังลดลงเนื่องจากฤดูมรสุมที่มีฝนน้อย และภัยแล้งในปี 2555 รวมถึงฝนที่ไม่ตกต้องตามฤดูกาลเมื่อต้นปี ซึ่งส่งผลเสียต่อพืชผลของรัฐตอนกลางอย่างมหาราษฏระและรัฐกรณาฏกะ ซึ่งเป็นรัฐที่มีการปลูกหอมแดง 65 - 70%
คาดว่าราคาหัวหอมาจะเริ่มลดลงในเดือนตุลาคม หลังฤดูเก็บเกี่ยวในเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน
การพุ่งขึ้นของราคาหัวหอมเป็นวิกฤติล่าสุดของรัฐบาล ซึ่งต้องประสบกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและภาวะราคาอาหารแพงแตะระดับ 18.8% ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบสามปี
พรรคฝ่ายค้านหรือบีเจพี โจมตีรัฐบาลอย่างไม่ขาดสายเรื่องการจัดการผิดพลาด และล้มเหลวในการควบคุมราคาอาหาร ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่อยู่ในใจของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งส่วนใหญ่
ทั้งนี้ ในปี 2541 พรรคบีเจพีต้องแพ้การเลือกตั้งให้พรรคคองเกรส ราคาหัวหอมในปีนั้นที่สูงถึง 60 รูปีต่อกิโลกรัม ได้รับการมองว่าเป็นสาเหตุหลักของการแพ้เลือกตั้ง





