บอร์ดธนาคารกลางญี่ปุ่นระบุไม่ควรเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐ
สมาชิกบอร์ดธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่าบีโอเจไม่ควรเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการเตรียมรับมือการท้าทายครั้งใหญ่ของการยุตินโยบายพิเศษที่ไม่ได้นำมาใช้บ่อยนัก
นายทาคาฮิดะ คิอูชิ อดีตนักเศรษฐศาสตร์เอกชนที่ปัจจุบันเป็นบอร์ดบีโอเจ กล่าวว่าจริงๆ แล้วมาตรการกระตุ้นของธนาคารกลาง ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจด้วยซ้ำ หากนำมาใช้นานเกินไป ดังนั้นบีโอเจจึงไม่ควรดำเนินการกระตุ้นเพิ่มเติม เว้นแต่จะเกิดภาวะช็อคร้ายแรงในกิจกรรมหรือระบบการเงินในต่างประเทศ
นายคิอูชิกล่าวว่านโยบายการเงินแบบพิเศษที่ไม่ได้นำมาใช้บ่อยครั้งนี้ มีแนวโน้มจะสร้างความไม่สมดุลไปถึงประเทศอื่นด้วย และเป็นสาเหตุให้การปรับเปลี่ยนเพื่อกลับมาใช้นโยบายแบบเดิม เป็นสิ่งยากมากและอาจสร้างความปั่นป่วนแก่ตลาดได้ สิ่งที่เฟดทำนั้นเป็นเพียงการพยายามลดมาตรการกระตุ้น ไม่ได้เข้มงวดมาตรการ แต่ตลาดก็ยังคาดการณ์กันมากเกินไป
นายคิอูชิกล่าวว่าความไม่สมดุลผลจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นของเฟด ทำให้ตลาดผันผวนและอ่อนไหวมากไปต่อข่าวที่ออกมาจากเฟด ดังนั้นเมื่อเฟดส่งสัญญาณว่าอาจลดการเข้าซื้อพันธบัตรปลายปีนี้ จึงส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้น และมีการถอนเงินทุนออกจากตลาดเกิดใหม่ จนทำให้เฟดต้องชะลอการลดเข้าซื้อพันธบัตร กรณีของเฟดสะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดในการเข้าซื้อสินทรัพย์ครั้งใหญ่ของธนาคารกลาง และการผ่อนคลายนโยบายนั้น ก็ควรคำนึงว่ามีผลดีมากกว่าผลเสีย
เขากล่าวว่าการตัดสินใจของเฟดไม่มีผลมาถึงบีโอเจ เพราะธนาคารกลางแต่ละแห่งตัดสินใจในนโยบายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ
ทั้งนี้ บีโอเจได้ดำเนินมาตรการกระตุ้นทางการเงินครั้งใหญ่เมื่อเดือนเม.ย. ด้วยการรับปากจะเพิ่มเงินในระบบผ่านการซื้อสินทรัพย์ เพื่อให้เงินเฟ้อขึ้นถึง 2% ใน 2 ปี ซึ่งนายคิอูชิมองว่าเวลา 2 ปีคงไม่พอดันเงินเฟ้อให้ถึง 2% พิจารณาจากค่าแรงที่ปรับเพิ่มขึ้นช้ามาก





