รัสเซียอ้างรัฐบาลซีเรียได้ส่งมอบหลักฐานชิ้นใหม่ ที่บ่งชี้ว่าสมาชิกกลุ่มต่อต้าน มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โจมตีด้วยอาวุธเคมีนอกกรุงดามัสกัส
ระหว่างที่เกิดความเห็นต่างขึ้นอีกครั้งระหว่างรัฐบาลรัสเซีย กับบรรดาชาติตะวันตก หลังมีข้อตกลงครั้งสำคัญในการกำจัดอาวุธเคมีของซีเรีย
ถึงแม้ว่าข้อตกลงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างสหรัฐ กับรัสเซียมีจุดมุ่งหมายเพื่อกำจัดคลังอาวุธเคมีของซีเรียภายในกลางปี 2557 แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นต่างกันเกี่ยวกับผลประเมินเหตุการณ์โจมตีด้วยอาวุธเคมีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยราย
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา แถลงว่า คงเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ หากจะมีฝ่ายอื่นนอกเหนือจากรัฐบาลซีเรียที่สามารถดำเนินการโจมตีด้วยอาวุธเคมีได้ ในขณะที่รัสเซียเห็นแย้งมาโดยตลอด และตั้งข้อสงสัยว่ากลุ่มต่อต้านรัฐบาลอาจเป็นฝ่ายก่อเหตุดังกล่าว
รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของรัสเซีย "นายเซอร์เก เรียบคอฟ" กล่าวหลังเสร็จสิ้นการพูดคุยวันแรกกับรัฐมนตรีต่างประเทศซีเรีย "นายวาลิด อัล-มูอัลเลม" ที่กรุงดามัสกัสว่า รัฐบาลซีเรียได้ส่งมอบหลักฐานชิ้นใหม่ที่บ่งชี้ว่ากลุ่มต่อต้านมีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์โจมตีด้วยอาวุธเคมี
นายเรียบคอฟกล่าวว่า รัสเซียได้รับวัตถุที่บ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยทางซีเรียระบุว่าเป็นหลักฐานที่ชี้ว่าฝ่ายต่อต้านมีส่วนพัวพันกับการโจมตีด้วยอาวุธเคมี และรัสเซียจะตรวจสอบหลักฐานเหล่านี้ด้วยความจริงจังอย่างถึงที่สุด
สำหรับกรณีความไม่พอใจซีเรียจากฝ่ายชาติตะวันตก รัสเซียได้ตั้งข้อสังเกตหลายครั้งว่าการโจมตีด้วยอาวุธเคมีเป็นการยั่วยุจากกลุ่มต่อต้านที่ต้องการให้ชาติตะวันตกใช้กำลังทหารแทรกแซงความขัดแย้งภายในซีเรีย
นายเรียบคอฟยังกล่าวว่า รัสเซียผิดหวังกับรายงานการใช้อาวุธเคมีของสหประชาชาติ ที่ออกมาเมื่อวันจันทร์ พร้อมกล่าวหาว่า เป็นการตรวจสอบแบบเลือกปฏิบัติและเพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงในด้านอื่นๆ





