การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศไหลเข้าจีนเพิ่มขึ้นกว่า 6% ช่วง 8 เดือนแรก สะท้อนนักลงทุนมั่นใจเศรษฐกิจจีน
กระทรวงพาณิชย์จีนแถลงว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ เอฟดีไอ เพิ่มขึ้น 6.37% เป็น 79,770 ล้านดอลลาร์ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เฉพาะสิงหาคมเดือนเดียวตัวเลขเอฟดีไออยู่ที่ 8,380 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 0.62%
ตัวเลขดังกล่าวนับว่าลดลงมากเมื่อเทียบกับยอดเอฟดีไอที่พุ่งขึ้น 24.13% ในเดือนกรกฎาคม และ 20.12% ในเดือนมิถุนายน แต่นายเฉิน ตันหยาง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าสาเหตุที่้เป็นเช่นนี้เพราะตัวเลขของปีที่แล้วอยู่ในระดับสูง
"ความผันผวนเพียงเดือนเดียว ไม่เพียงพอสะท้อนการเปลี่ยนแปลงในตัวเลขเอฟดีไอโดยรวม ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องวิตกว่าแนวโน้มจะพลิกผัน" นายเฉินระบุในการแถลงข่าว พร้อมเสริมว่าการลงทุนยังขยายตัวอย่างค่อนข้างรวดเร็วในช่วง 8 เดือนแรก
"คาดว่าการเติบโตของเอฟดีไอจะสูงกว่าปีที่แล้ว" นายเฉินกล่าว พร้อมเสริมว่าแนวโน้มที่ดีขึ้นตั้งแต่เดือนก.พ. สะท้อนถึงความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติในศักยภาพด้านการแข่งขันของจีน และความปั่นป่วนในตลาดการเงินที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ในประเทศกำลังพัฒนา จะไม่กระทบต่อแนวโน้มในการฟื้นตัว
การลงทุนที่จะมาจากสหภาพยุโรป (อียู) พุ่งขึ้น 24.3% เป็น 5,440 ล้านดอลลาร์ ส่วนการลงทุนจากสหรัฐเพิ่มขึ้น 18% เป็น 2,500 ล้านดอลลาร์ แต่การลงทุนส่วนใหญ่ที่ไหลเข้าจีนนั้นมาจาก 10 ชาติเอเชียรวมถึงฮ่องกง ไต้หวัน และญี่ปุ่น และเอฟดีไอจากประเทศเหล่านี้เพิ่มขึ้นเพียง 7.87% เป็น 68,630 ล้านดอลลาร์
เฉพาะการลงทุนจากญี่ปุ่นก็อยู่ที่ 5,560 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 9.45%
ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศจากจีนในภาคต่างๆ ที่ไม่ใช่ภาคการเงิน เพิ่มขึ้น 18.5% เป็น 56,500 ล้านดอลลาร์ นายเฉินกล่าวว่าอาจใช้เวลาไม่นานนักที่การลงทุนในต่างประเทศของจีนจะแซงหน้าเอฟดีไอที่ไหลเข้าประเทศ
การลงทุนในฮ่องกง สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อียู ออสเตรเลีย สหรัฐ รัสเซีย และญี่ปุ่น มีจำนวน 39,110 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 3% แต่การลงทุนในญี่ปุ่นลดลง 25% และการลงทุนในฮ่องกงลดลง 11.4%





