สหรัฐกับรัสเซียเผยแผนกำจัดอาวุธเคมีของซีเรียภายในกลางปีหน้า และเปิดทางให้มีการใช้มาตรการคว่ำบาตรหากซีเรียไม่ปฏิบัติตาม
ด้านกลุ่มต่อต้านรัฐบาลซีเรียประกาศว่ารับไม่ได้กับแผนการนี้ และเตือนว่าจะไม่ยุติการสู้รบที่ยืดเยื้อมา 2 ปีครึ่ง คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 110,000 ราย
ข้อตกลงที่ทำขึ้นหลังการเจรจา 3 วันที่นครเจนีวาระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกับรัสเซีย ระบุว่าประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดแห่งซีเรียมีเวลา 1 สัปดาห์ในการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธเคมีที่รัฐบาลมีอยู่
นายจอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่ารัฐบาลซีเรียต้องอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบจากองค์การห้ามใช้อาวุธเคมี เข้าตรวจสอบอาวุธทันทีด้วย โดยผู้ตรวจสอบต้องสามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ไม่ช้าไปกว่าเดือนพ.ย. และเป้าหมายคือการกำหนดแนวทางกำจัดอาวุธเคมีให้ได้ครึ่งหนึ่งภายในปีหน้า
ดังนั้น แรงกดดันในขณะนี้จึงตกอยู่กับประธานาธิบดีอัสซาด ในการปฏิบัติตามข้อตกลง ขณะที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ เตือนว่าสหรัฐยังพร้อมลงมือหากซีเรียไม่ปฏิบัติตาม
นายเคอร์รีกล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวจะรวมอยู่ในมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่จะร่างขึ้นภายใต้มาตรา 7 ซึ่งเปิดทางให้มีการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร รวมถึงความเป็นไปได้ของการใช้กำลังทหาร
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรัสเซียคัดค้านการใช้กำลังทหารกับซีเรีย และมีสิทธิออกเสียงยับยั้งในคณะมนตรีความมั่นคง จึงเป็นการยากที่จะคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากซีเรียไม่ปฏิบัติตาม





