วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทำลายอาวุธเคมีซีเรีย ภาระกิจที่ยากลำบาก

ข้อเสนอของรัสเซียในการนำอาวุธเคมีซีเรียมาอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของนานาชาติ เพื่อเลี่ยงการถูกโจมตีจากชาติตะวันตก อาจยากต่อการนำไปปฏิบัติ

เพราะเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลาและความร่วมมือจากซีเรียที่กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

รายงานข่าวกรองของฝรั่งเศสระบุว่าซีเรียมีสารเคมีพิษและสารตั้งต้นทางเคมีกว่า 1,000 ตัน ซึ่งถือเป็นจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่กระบวนการเคลื่อนย้ายอาวุธดังกล่าวจากคลังแสงของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ขณะที่กลุ่มต่อต้านพยายามผลักดันให้รัฐบาลล่มสลาย อาจเผชิญความยากลำบากอย่างมาก แม้ในกรณีที่ทุกฝ่ายตกลงว่าจะใช้วิธีการนี้

นายแดริล คิมบอลล์ ผู้อำนวยการบริการสมาคมควบคุมอาวุธ กล่าวว่าแทบนึกภาพไม่ออกว่าจะลงมือกระทำการดังกล่าวได้อย่างไร ท่ามกลางสงครามกลางเมือง เพราะจะเป็นภาระกิจที่ยากมาก เนื่องจากต้องมีสถานที่สร้างจุดสำหรับทำลายอาวุธเคมี อีกทั้งยังต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของนานาชาติในระยะยาว

ข้อเสนอของรัสเซีย ส่อไปในทำนองที่ว่าซีเรียอาจต้องลงนามกฎบัตรอาวุธเคมีระหว่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้ซีเรียต้องเปิดเผยรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับอาวุธเคมี อันนับเป็นการกระทำที่ค่อนข้างเยอะ สำหรับรัฐบาลที่ต้องเผชิญกับศัตรูทั้งในและนอกประเทศ

นายเดวิด เคย์ อดีตผู้ตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งดูแลการค้นหาอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงในอิรัก กล่าวว่าความพยายามดูแลคลังอาวุธเคมีในซีเรียต้องอาศัยการรักษาความปลอดภัยระดับสูงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเล็ดรอดเข้าไปได้

แม้แต่ในยามที่สถานการณ์สงบ การทำลายคลังแสงทางเคมีของประเทศใดประเทศหนึ่งภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ นับเป็นงานซับซ้อนที่ต้องใช้เวลาหลายปี และค่าใช้จ่ายหลายพันล้านดอลลาร์ และมีผู้ตรวจสอบระหว่างประเทศคอยดูแลทุกขั้นตอน

ทั้งนี้ สหรัฐใช้เงินเกือบ 35,000 ล้านดอลลาร์ในการทำลายอาวุธ 90% ในช่วงกว่า 2 ทศวรรษ และต้องสร้างห้องพิเศษใกล้ๆ กับคลังอาวุธเคมีทั่วประเทศ เพื่อใช้สำหรับทำลายระเบิด จรวด และกระสุนปืนใหญ่ เป็นอย่างๆ ไป

นายพอล วอลเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมอาวุธ แห่งกลุ่มกรีนครอสส์ ชี้ว่าภาระกิจอันยากลำบากนี้อาจไม่แล้วเสร็จจนกว่าจะถึงปี 2564

องค์การห้ามการใช้อาวุธเคมีระบุว่า นับแต่ทศวรรษ 90 รัสเซียดำเนินความพยายามอย่างมากในการลดอาวุธ และนับถึงปลายปีที่แล้วรัสเซียทำลายอาวุธเคมีไปแล้ว 54%

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการกำจัดอาวุธเคมีนั้นมีทางเลือก 2 ทาง ได้แก่เผาในเตาเผา ซึ่งเป็นวิธีพื้นฐานที่สหรัฐใช้ หรือนำสารเคมีอื่นมาทำให้อาวุธมีค่าเป็นกลาง ซึ่งเป็นวิธีที่รัสเซียใช้ และล่าสุดลิเบียก็นำไปใช้ด้วย โดยการลดความเป็นพิษนั้นจะเหลือเท่ากับระดับของเสียจากภาคอุตสาหกรรม

ในลิเบียนั้น เจ้าหน้าที่ใช้โรงทำลายเคลื่อนที่เพื่อฉีดสารสร้างความเป็นกลางให้แก่อาวุธต้องห้าม

สำหรับในกรณีของซีเรียนั้น นายคิมบอลล์ชี้ว่าหากประธานาธิบดีอัสซาดเห็นด้วย ก็จะถือเป็นการปรับท่าทีแบบ 180 องศาสำหรับซีเรียในการยอมรับว่ามีอาวุธเคมีและกำจัดอาวุธเหล่านี้เสีย ซึ่งหากพิจารณาถึงพฤติกรรมของซีเรียในอดีต ก็คงต้องอาศัยมติจากยูเอ็นพร้อมคำขู่จะใช้กำลัง เพื่อให้แน่ใจว่าซีเรียจะปฏิบัติตาม