ญี่ปุ่นหวังปัญหาโรงไฟฟ้าฯไม่กระทบชิงเจ้าภาพจัดโอลิมปิก
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะมีการประกาศเลือกเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 และญี่ปุ่นหวังว่า วิกฤติโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะที่ยังมีการรั่วไหลของน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเสนอตัวชิงเป็นเจ้าภาพ
ในวันที่ 7 ก.ย.จะมีการคัดเลือกเจ้าภาพจัดโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 ที่กรุงบัวโนส ไอเรส ของอาร์เจนตินา โดยมีนครอิสตันบูลของตุรกี กรุงมาดริดของสเปน และกรุงโตเกียวเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ และญี่ปุ่นมีแนวโน้มได้รับคัดเลือกมากที่สุด หลังตุรกีเผชิญการประท้วงรุนแรงช่วงไม่นานมานี้ และสเปนประสบเศรษฐกิจถดถอยและการว่างงานสูง
นายนาโอกิ อิโนเสะ ผู้ว่าการจังหวัดโตเกียว กล่าวเชื่อมั่นว่า โตเกียวเป็นเมืองที่มีความพร้อมทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและอื่นๆ และได้รับคำชมจากคณะกรรมการโอลิมปิกสาลที่ลงตรวจพื้นที่ว่ามีความพร้อมด้านสนามแข่งขันและระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
แต่มีปัญหาหนึ่งที่ทางการญี่ปุ่นกำลังวิตก คือ การรั่วไหลของน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีปริมาณ 300 ตันที่รั่วไหลจากถังเก็บน้ำปนเปื้อนภายในโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ที่ตรวจพบเมื่อ 19 ส.ค. ซึ่งเป็นการรั่วไหลครั้งที่ 5 และรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เตาปฏิกรณ์หลอมละลายเมื่อปี 2554 แต่ผู้ว่าการจังหวัดโตเกียว บอกว่า ปัญหานี้จำกัดอยู่ในเฉพาะพื้นที่ และยังไม่มีผลกระทบใดๆต่อกรุงโตเกียวและพื้นที่ใกล้เคียง จึงหวังว่าจะไม่กระทบต่อโอกาสได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิก
ล่าสุดรัฐบาลญ๊่ปุ่นเตรียมเสนอรายละเอียดมาตรการฉุกเฉินแก้ไขปัญหาน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีรั่วไหลในวันอังคารนี้ และสำนักงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ เผยอาจจำเป็นต้องระบายน้ำจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะลงสู่มหาสมุทร เมื่อผ่านการกำจัดกัมมันตรังสีในน้ำจนอยู่ในปริมาณที่ไม่เป็นอันตราย
ขณะที่เมื่อวันอาทิตย์บริษัทเทปโก้ เจ้าของโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ บอกว่า พบต้นตอการรั่วไหลของน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีระดับสูงมาจากท่อชำรุดที่ใช้เชื่อมต่อกับถังหล่อเย็น 2 ถัง และ 1 ใน 4 จุดที่พบการรั่วไหล เป็นถังน้ำหล่อเย็นที่ใช้เก็บแกนเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว โดยมีปริมาณกัมมันตรังสีมากถึง 1,800 มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ซึ่งสูงมากพอที่จะทำให้เสียชีวิตได้หากสัมผัสรังสีระดับนี้นาน 4 ชั่วโมง





