ประธานาธิบดีบารัค โอบามา อาจจะไม่ใช้แค่การโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย ถ้าได้ไฟเขียวจากสภาคองเกรสส์
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ยืนยันว่า เขาต้องการจำกัดแค่การใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย แต่การเสนอขอมติสนับสนุนจากสภาคองเกรสส์ จะเพิ่มอำนาจให้เขาทำได้มากกว่านั้น ซึ่งบรรดาสมาชิกนิติบัญญัติต่างมีประสบการณ์ด้วยเช่นกันว่า พวกประธานาธิบดีมักจะขยายอำนาจของตัวเองเมื่อได้รับไฟเขียว
สาระสำคัญของการขออนุมัติในการใช้กำลังทหาร ที่เสนอต่อบรรดาผู้นำในสภาคองเกรสส์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ประกอบด้วย 172 คำ มีความสำคัญยิ่งกว่ามติอ่าวตังเกี๋ย ซึ่งเป็นเป็นมติร่วมที่สภาคองเกรสส์ผ่านเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ปี 2508 เพื่อทำสงครามเวียดนาม หรือมติเมื่อปี 2554ที่เป็นการขออำนาจในการใช้กำลังทหารตอบโต้วินาศกรรมโจมตีสหรัฐ เมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี 2544 และมาตรการทั้งสองนี้ ได้กลายเป็นเรื่องที่กระฉ่อนไปในทางที่ไม่ดีในประเด็นที่่ว่า บรรดาประธานาธิบดีต่างใช้อำนาจกันเกินเลยขนาดไหน
การเสนอขอมติจากสภาคองเกรสส์ จะทำให้ประธานาธิบดีโอบามาใช้กำลังทหาร จากการที่เขากำหนดให้เป็นสิ่งที่จำเป็นและเหมาะสม ในความเกี่ยวข้องกันของการใช้อาวุธเคมีหรืออาวุธที่มีประสิทธิภาพในการทำลายล้างสูง ในสถานการณ์ความขัดแย้งในซีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประธานาธิบดีควรดำเนินมาตรการป้องกัน หรือ ป้องปรามการใช้หรือแพร่กระจายอาวุธเหล่านี้ หรือเพื่อปกป้องสหรัฐและชาติพันธมิตร รวมถึงหุ้นส่วนจากอาวุธเหล่านี้
เวลาแถลงต่อสาธารณชน ประธานาธิบดีโอบามา ย้ำว่า ไม่ต้องการส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในซีเรีย แต่ในการขอมติ เขาไม่ได้จำกัดเรื่องการใช้กำลังทหาร โดยไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการใช้กำลังทหารเข้าปะทะ ซึ่งอิลย่า โซมิน อาจารย์กฎหมายของมหาวิทยาลัย จอร์จเมสัน ให้ความเห็นว่า รายละเอียดเหล่านี้ จะไม่สำคัญมากนักถ้าประธานาธิบดีจะทำตามที่พูดไว้ในช่วงไม่กี่วันก่อน แต่มันจะสำคัญอย่างมาก ถ้าการใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซงจะเกินเลยไปกว่านั้น ที่รวมถึงว่า ถ้ามันลงเอยด้วยการขยายไปไกลเกินกว่าที่ประธานาธิบดีอาจตั้งใจไว้แต่แรก





