สภาอังกฤษคว่ำข้อเสนอใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรีย ด้วยมติ 285 ต่อ 272 เสียง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษ ไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของรัฐบาลที่ให้ใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อลงโทษซีเรียที่ใช้อาวุธเคมี ด้วยคะแนนเสียง 285 ต่อ 272 เสียง หลังจากเสียง ส.ส.ที่คัดค้านมีมากกว่าฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลถึง 13 เสียง ทำให้นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน จำต้องทิ้งความพยายามขอเสียงสนับสนุนในการใช้ปฏิบัติการทางทหารในซีเรีย และสหรัฐต้องดำเนินการตามลำพัง
โดยเคทลิน เฮย์เดน โฆษกหญิงของสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ แถลงว่า เราได้เห็นผลการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรในอังกฤษเมื่อคืนที่ผ่านมา และประธานาธิบดีบารัค โอบามา กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ โดยพิจารณาจากผลประโยชน์ของสหรัฐเป็นหลัก และประเทศที่ละเมิดหลักสากลด้วยการใช้อาวุธเคมีจะต้องรับผิดชอบ
นายกรัฐมนตรีคาเมรอน ซึ่งเป็นผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยม กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ชัดเจนสำหรับเขาว่า รัฐสภาอังกฤษ ซึ่งสะท้อนทัศนะของชาวอังกฤษ ไม่ต้องการเห็นอังกฤษใช้ปฏิบัติการทางทหาร เขาเข้าใจและรัฐบาลจะปฏิบัติตามให้สอดคล้องกัน แต่เขาก็ตัดพ้อว่า ในสมัยที่นายกรัฐมนตรีโทนี่ แบลร์ ของพรรคแรงงาน พยายามโน้มน้าวให้อังกฤษเข้าสู่สงครามอิรัก เมื่อ 10 ปีก่อน เขาต้องมานั่งอยู่ที่เก้าอี้ฝ่ายค้าน ทั้งที่ลูกชายเพิ่งจะคลอดได้ไม่กี่ชั่วโมง เมื่อปี 2546 เพื่อฟังแบลร์สาธยายความจำเป็นที่จะต้องบุกอิรัก เขาตั้งใจฟังและเชื่อทุกอย่างที่แบลร์บอก แต่เมื่อถึงเวลาที่ดำเนินตามรอยแบลร์บ้าง กลับรู้สึกเหมือนตัวเองถูกทรยศ
ก่อนที่ผลการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษจะออกมาในลักษณะที่เหนือความคาดหมายในครั้งนี้ ทำเนียบขาวได้ส่งสัญญาณแล้วว่า พร้อมที่จะใช้ปฏิบัติการภายใต้มติของสหประชาชาติ หรือการสนับสนุนจากชาติพันธมิตร ซึ่งก่อนหน้านี้ ทูตจาก 5 ชาติสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้แก่ อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส รัสเซียและสหรัฐ ได้พบกันที่สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก เป็นเวลา 45 นาที เพื่อพิจารณาร่างข้อเสนอของอังกฤษ เกี่ยวกับการออกมาตรการที่จำเป็นทุกชนิด ในการปกป้องพลเมืองซีเรีย หลังจากต้องสงสัยว่ามีการใช้อาวุธเคมีโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ไม่มีใครให้ความเห็นจนกระทั่งแยกย้ายออกจากที่ประชุมไป





