เงินรูปีของอินเดียแข็งค่าจากระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลังธนาคารกลางอินเดียประกาศ เตรียมอัดฉีดเงินให้รัฐวิสาหกิจน้ำมันเพื่อพยุงค่าเงิน
ธนาคารกลางระบุว่า มาตรการใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ทันทีในการขายเงินดอลลาร์ให้กับบริษัทอินเดียนออยล์ บริษัทฮินดูสถานปิโตรเลียม และบริษัทภารัต ปิโตรเลียม จนกว่าจะมีการแจ้งเพิ่มเติม
บริษัทของรัฐนับเป็นแหล่งที่มีความต้องการเงินดอลลาร์ในตลาดที่มากที่สุด โดยมีมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ถึง 500 ล้านดอลลาร์ต่อวัน และการเปิดให้บริษัทเหล่านี้ซื้อเงินดอลลาร์ได้โดยตรง มีเป้าหมายที่การลดแรงกดดันต่อค่าเงินรูปีซึ่งร่วงหนักถึง 3.7% สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 68.85 เมื่อวานนี้ และเป็นการร่วงหนักสุดภายใน 1 วันในรอบ 18 ปีของอินเดีย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าลำพังเพียงมาตรการต่างๆ อย่างเดียวไม่เพียงพอจะทำให้เกิดการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน เว้นแต่รัฐบาลจะผ่านมาตรการสร้างความเชื่อมั่นแก่ตลาดว่าตั้งใจจริงจังที่จะแก้ปัญหาการขาดดุลการคลังและดุลบัญชีเดินสะพัด รวมถึงเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ก่อนหน้านี้อาร์บีไอออกมาตรการหลายอย่างเพื่อรับมือปัญหาเงินรูปีอ่อนค่า ไม่ว่าจะเป็นการพยายามควบคุมการนำเข้าทองคำไว้ที่ 850 ตันในปีงบประมาณนี้ เปรียบเทียบกับ 950 ตันในปีที่แล้ว รัฐมนตรีคลัง นายพี ชิตะบรม กล่าวว่า จะช่วยลดมูลค่าการนำเข้าลง 4 พันล้านดอลลาร์ อีกทั้งยังมีการขึ้นภาษีนำเข้าทองคำสามครั้งในรอบแปดเดือนจาก 8% เป็น 10% ห้ามนำเข้าเหรียญทองคำและเหรียญกษาปณ์ รวมถึงระบุว่าการนำเข้าทองคำทุกชนิดต้องมีใบอนุญาตจากสำนักงานการค้าต่างประเทศ และต้องนำเข้าคลังสินค้าของกรมศุลกากร
นอกจากนั้น ยังมีมาตรการเกี่ยวกับน้ำมัน ที่รัฐบาลตั้งเป้าลดรายจ่ายจากการนำเข้าน้ำมันลง 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณนี้ และหาหนทางเพิ่มการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน ซึ่งจะส่งผลให้ประหยัดเงินดอลลาร์





