ธนาคารกลางอินโดนีเซียขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง 0.50% หวังปกป้องค่าเงินรูเปี๊ยะห์
ธนาคารกลางอินโดนีเซียขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง 0.50% เป็น 7% และขึ้นดอกเบี้ยกู้ยืมข้ามคืนเป็น 5.25% นับเป็นความพยายามครั้งล่าสุดในการปก
ป้องค่าเงินรูเปี๊ยะห์ ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ร่วงลงมากเป็นอันดับ 2 ของเอเชียปีนี้ โดยร่วงลงไปแล้ว 11.3%
อินโดนีเซียเป็นประเทศหนึ่งในตลาดเกิดใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากการถอนทุนกลับของนักลงทุนในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา อันส่งผลให้หุ้นและค่า
เงินร่วงลง เพราะวิตกว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มลดการเข้าซื้อพันธบัตรเร็วๆ นี้
นายกุนดี คาห์ยาดี นักเศรษฐศาสตร์แห่งธนาคารโอซีบีซีในสิงคโปร์ กล่าวว่าการตัดสินใจของธนาคารกลางอินโดนีเซียเป็นการส่งสัญญาณว่าทางการ
ยังรับมือสถานการณ์ได้ และพยายามบริหารเงินเฟ้อในประเทศ ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจอาจขยายตัวน้อยลง อันจะทำให้มีการนำเข้าไม่
มากนัก ท้ายสุดคือการส่งสัญญาณถึงความพยายามเพิ่มสภาพคล่องดอลลาร์ในประเทศ
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิ.ย.และก.ค. ได้มีการขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ข้ามคืนรวมเป็น 0.75% แต่ไม่เพียงพอเพราะความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีน้อยลง เนื่องจาก
แนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของอินโดนีเซีย เงินเฟ้อสูง และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากขึ้น
เมื่อกลางเดือนส.ค. ธนาคารกลางไม่เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและปรับกฎบางอย่างเพื่อพยายามควบคุมการปล่อยกู้เชิงพาณิชย์ นักเศรษฐศาสตร์
มองว่าธนาคารกลางไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยเมื่อกลางเดือนเพราะไม่ต้องการทำให้การเติบโตชะลอลง หลังจากเมื่อไตรมาส 2 เศรษฐกิจโตไม่ถึง 6%
ปัจจัยล่าสุดที่กระทบต่อตลาดเกิดใหม่คือการคาดหมายว่าชาติตะวันตกจะปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรีย ซึ่งยิ่งทำให้นักลงทุนมองหาแหล่งหลบภัย
สำหรับสินทรัพย์ดอลลาร์
ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นอินโดนีเซียจำนวนมาก โดยระหว่างการซื้อขายเมื่อวันพุธ ดัชนีทรุดไปกว่า 18 จุด และนับตั้งแต่
ช่วงต้นปีหุ้นได้ปรับตัวลงไปแล้ว 6.7%
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลได้ประกาศมาตรการฉุกเฉินทางการคลังและการเงิน แต่สามารถบรรเทาความวิตกให้นักลงทุนได้เพียงระยะสั้น แม้นัก
เศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่งกล่าวว่าตลาดเกิดใหม่จะสดใสอีกครั้งในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า





