ผวาสหรัฐถล่มซีเรียหน้ากากกันแก๊สไม่พอแจก

ผวาสหรัฐถล่มซีเรียหน้ากากกันแก๊สไม่พอแจก

ชาวอิสราเอลเครียดและตื่นตระหนกต่อความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะโจมตีซีเรีย หน้ากากกันแก๊สไม่พอแจก

การขาดแคลนหน้ากากกันแก๊ส ส่งผลให้เกิดการจลาจลย่อย ๆ ในกรุงเยรูซาเล็มของอิสราเอล จากการที่บรรดาแม่ ๆ ที่ตื่นตระหนกและไม่สามารถหาซื้อได้ ขณะที่อิสราเอลเตรียมพร้อมรับมือ
กับความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะใช้ปฏิบัตการโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย ที่อาจนำไปสู่การโจมตีตอบโต้เข้าไปในอิสราเอลด้วย

ที่ศูนย์แจกจ่ายหน้ากากกันแก๊สที่สำนักงานไปรษณีย์ ในย่านฮาดาร์ มอลล์ ทางตะวันตกของกรุงเยรูซาเล็ม พบว่า ชาวอิสราเอลได้ฝ่าเทปสีเหลืองที่ถูกขึงเป็นแนวกั้นรักษาความปลอดภัย และยื้อแย่งกันหยิบกล่องบรรจุอุปกรณ์ป้องกันของรัฐบาล ซึ่งโฆษกของสำนักงานไปรษณีย์ถึงกับออกปากว่า เป็นการจู่โจมที่รุนแรงต่อความสงบเรียบร้อย จนต้องเรียกตำรวจเข้าไปช่วยปรามฝูงชน

หญิงแม่ลูกอ่อนคนหนึ่ง ได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง เมื่อพบว่า หน้ากากกันแก๊สถูกแจกไปหมดแล้ว เธอบอกว่า พวกเขาเตือนเรื่องความเป็นไปได้ที่จะถูกโจมตี แต่กลับไม่มีหน้ากากให้

ด้านทางการได้รายงานความต้องการที่เพิ่มขึ้น และประชาชนไปเข้าแถวยาวเพื่อขอรับหน้ากากกันแก๊สฟรี ขณะที่สหรัฐและชาติพันธมิตรตะวันตก ต่างสนับสนุนให้ใช้ปฏิบัติการโจมตีซีเรีย หลังเกิดเหตุใช้แก๊สพิษโจมตีบริเวณชานกรุงดามัสกัส เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และรัฐบาลซีเรียได้ปฏิเสธความรับผิดชอบในเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนหลายร้อยคน รวมทั้งผู้หญิงและเด็ก

คณะผู้ตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติ ได้เข้าไปตรวจสอบหลายพื้นที่่ เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ว่ามีการใช้อาวุธต้องห้ามหรือไม่ แต่สหรัฐและพันธมิตร ระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยข่าวกรองได้แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซ้าด ใช้อาวุธเคมี ทำให้รัฐบาลซีเรียต้องเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับความเป็นไปได้ว่าจะถูกโจมตีตอบโต้จากซีเรีย แต่ก็บอกว่า
ไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินไป

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู บอกว่า ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่ขณะเดียวกัน เราได้เตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น และกองทัพได้สั่งทหารกองหนุน ไปประจำการที่บริเวณชายแดนทางตอนเหนือ

ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า ปัจจุบัน มีหน้ากากเพียง 60 เปอร์เซ็นต์ สำหรับประชากร 7.7 ล้านคน และต้องใช้เวลาถึง 2 ปี ถึงจะมีหน้ากากเพียงพอสำหรับประชาชนทุกคน ทำให้ฝ่ายค้านโจมตีรัฐบาลผสมของนายเนทันยาฮูอย่างหนักในเรื่องนี้ ในระหว่างการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถ้าเป็นการโจมตีด้วยอาวุธตามแบบ อิสราเอลนั้นมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะรับมือ แต่ถ้าเป็นการโจมตีด้วยอาวุธที่ไม่ใช่ตามรูปแบบ ก็ไม่แน่ว่าอิสราเอลจะรับได้หรือไม่

อิสราเอลมีความทรงจำที่ยาวนาน เมื่อครั้งสงครามอ่าวเปอร์เซีย ตอนที่ซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำอิรักใน ขณะนั้น ได้โจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธสกั๊ด ขณะที่พลเมืองต่างซ่อนตัวอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า "เซฟ รูมส์" ด้วยความหวังว่า แผ่นพลาสติกขนาดใหญ่และปิดผนึกด้วยเทปกาวจะช่วยป้องกันพวกเขาจากอาวุธเคมีหรือชีวภาพได้ และด้วยการเรียกร้องจากสหรัฐ เพื่อคงไว้ซึ่งความร่วมมือจากนานาชาติ โดยเฉพาะอาหรับ ทำให้อิสราเอลไม่ได้ตอบโต้อิรัก แต่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูและบรรดานายพล ต่างแสดงท่าทีชัดเจนว่า พวกเขาจะไม่อยู่เฉยอีก ถ้าถูกซีเรียหรือเฮซบุลเลาะห์ ซึ่งเป็นกองกำลังที่อิหร่านสนับสนุนโจมตี

แต่จากรายงานข่าวกรองทางทหาร พบว่า ซีเรียจะไม่โจมตีอิสราเอล เพื่อตอบโต้ที่ถูกสหรัฐโจมตี ซึ่งในปีนี้ เครื่องบินรบอิสราเอลถล่มซีเรีย 2 ครั้งแล้ว ในเดือนมกราคม และพฤษภาคม เพื่อพยายามขัดขวางการลำเลียงอาวุธจากในซีเรียไปให้เฮซบุลเลาะห์ ที่มีฐานอยู่ในเลบานอน และซีเรียก็ไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด ด้าน ส.ส.อิหร่าน ได้เตือนว่า การโจมตีต่อซีเรียจะส่งผลให้อิสราเอลโดนตอบโต้ด้วย ซึ่่งทำให้ชาวอิสราเอลวิตกและเครียดกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการไม่มีหน้ากันแก๊สไว้ป้องกันตัว