สหรัฐเผยพร้อมใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรียและกำลังรวบรวมเสียงสนับสนุนจากชาติพันธมิตร โดยยืนยันว่ามีหลักฐานชัดรัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีจริง
โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐแถลงชี้แจงเหตุความชอบธรรมในการใช้กำลังทหารโจมตีซีเรีย โดย ยืนยันว่ามีการใช้อาวุธเคมีในซีเรียครั้งใหญ่ ซึ่งหากปล่อยให้เกิดขึ้นโดยไม่มีการตอบโต้ จะกลายเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐในอนาคต และประธานาธิบดีบารัก โอบามากำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆในการตอบโต้ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ
ขณะเดียวกันนิตยสารข่าวที่ชื่อว่า ฟอเรนซ์ โพลิซี หรือ นโยบายต่างประเทศ รายงานว่า หน่วยข่าวกรองของสหรัฐสามารถดักฟังการสนทนาทางโทรศัทพ์ระหว่างเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมซีเรีย และหัวหน้าหน่วยอาวุธเคมีหลังการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในกรุงดามัสกัสเมื่อ 21 ส.ค.
โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเพื่อสอบถามเรื่องการใช้ก๊าซพิษทำลายประสาทที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 คน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สหรัฐมั่นใจว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของรัฐบาลซีเรีย
นอกจากนี้นายชัค ฮาเกล รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยว่า กองทัพเตรียมพร้อมแล้วสำหรับการเปิดฉากโจมจีซีเรีย หากได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีโอบามา โดยบอกว่า ตอนนี้สหรัฐ เคลื่อนย้ายอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าไปในภูมิภาคเพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจใดๆที่ได้รับมอบหมาย
ขณะที่หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ รายงานว่า โอบามาอาจจะเลือกการโจมตีเป้าหมายในวงจำกัด
ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐบอกกับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ระบุว่า สหรัฐอาจโจมตีซีเรียด้วยขีปนาวุธติดต่อกัน 3 วันเริ่มจากวันพฤหัสบดีนี้ โดยมีเป้าหมายเพียงเพื่อข่มขู่ และไม่ได้ต้องการโค่นล้มประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด หรือ ทำลายศักยภาพทางทหารของซีเรียแต่อย่างใด
ขณะที่รัฐสภาอังกฤษเตรียมประชุมกันในวันพฤหัสบดีนี้ว่าจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ต่อการใช้อาวุธเคมีในซีเรียอย่างไร ซึ่งนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน บอกว่า โลกไม่ควรเพิกเฉย เมื่อได้เห็นความสูญเสีย และความเจ็บปวดจากการโจมตีด้วยอาวุธเคมี
และประธานาธิบดีฟรังซัวส์ โอลลองด์ ของฝรั่งเศสบอกด้วยว่า ฝรั่งเศสพร้อมจะลงโทษใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีด้วยอาวุธเคมี และตัดสินใจเพิ่มการช่วยเหลือทางทหารเพื่อสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลซีเรีย
ขณะที่นายวาลิด อัล-มูอัลเลม รัฐมนตรีต่างประเทศซีเรีย บอกว่า ซีเรียพร้อมปกป้องตัวเองทุกวิถีทาง หากถูกสหรัฐและพันธมิตรโจมตี แต่ไม่ได้ให้รายละเอียด ขณะเดียวกันยังคงปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่ได้อยู่เบื้องหลังการใช้อาวุธเคมี พร้อมกับท้าทายให้สหรัฐแสดงหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหา
ขณะที่รัสเซีย และจีน ที่เป็นพันธมิตรกับรัฐบาลซีเรีย ยืนยันว่าไม่ควรมีการแทรกแซงทางทหารต่อซีเรีย เพราะจะเป็นการสร้างหายนะให้กับภูมิภาค พร้อมกันนี้รัสเซียยังระบุว่าฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียเป็นฝ่ายโจมตีด้ายอาวุธเคมี





