ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด "นายเบน เบอร์นันเก" เคยใช้การประชุม ที่เมืองแจ็คสัน โฮลในปี 2555 เป็นเวทีชี้แจงเหตุผลการใช้มาตรการคิวอี3
แต่ในปีนี้ นายเบอร์นันเก้ ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม และบรรยากาศในการประชุมก็แตกต่างจากปีที่แล้วเป็นอย่างมาก เพราะรายงานวิจัยหลายฉบับที่ถูกนำเสนอในการประชุมครั้งนี้ ได้ตั้งข้อสงสัยต่อคุณค่า และประสิทธิภาพของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบพิเศษของเฟด ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด "นายโรเบิร์ต ฮอลล์" กล่าวว่านโยบายการเงินแบบพิเศษ เป็นนโยบายที่ไร้ประสิทธิภาพเป็นส่วนใหญ่ เพราะนโยบายเหล่านี้เผชิญอุปสรรคจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่อยู่ใกล้ 0%
นอกจากนี้เขายังแสดงความไม่เห็นด้วยต่อประโยชน์ที่เกิดจากการที่เฟดประกาศ "สัญญาณชี้นำล่วงหน้า" ต่อตลาดการเงินด้วย นายฮอลล์ระบุว่าทั้งมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณและสัญญาณชี้นำล่วงหน้าที่เฟดนำมาใช้ ต่างก็เป็นเครื่องมือที่อ่อนแออย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเห็นได้จากความล้มเหลวของเศรษฐกิจสหรัฐในการฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึงแม้เฟดดำเนินนโนบายการเงินแบบผ่อนคลายมาเป็นเวลานาน
รายงานอีกฉบับหนึ่งตั้งคำถามต่อสมมุติฐานของเฟดเกี่ยวกับแนวทางการ ทำงานของมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวส่งผลบวกในแวดวงที่แคบกว่าที่เฟดคาดการณ์ไว้มาก โดยศาสตราจารย์ จากมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น "นายอาร์วินด์ กฤษณะมูรติ" กล่าวว่าการเข้าซื้อสินทรัพย์ของเฟด ส่งผลบวกต่อตลาดที่เฟดตั้งเป้าหมายไว้เท่านั้น แต่ไม่ได้ส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยในวงกว้าง รายงานระบุว่า มาตรการนี้ไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่เฟดระบุไว้เพราะไม่ได้ส่งผลกระทบในวงกว้าง เช่น ส่งผลต่อค่าพรีเมียมของตราสารหนี้ระยะยาวทุกประเภท"
อย่างไรก็ดี แทบไม่มีใครที่เรียกร้องให้เฟดยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในทันที โดยนายฮอลล์กล่าวว่า ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เฟดกระทำได้ ก็คือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเกินไป "อันตรายที่ใหญ่หลวงที่สุดสำหรับช่วงสองปีข้างหน้า ก็คือ การที่เฟดยอมทำตามแรงกดดันในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และปรับลดขนาดพอร์ทลงทุนของตนก่อนที่เศรษฐกิจจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ"
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่เฟดและอดีตเจ้าหน้าที่เฟดหลายคนแสดงความเห็นคัดค้านรายงานวิจัยเหล่านี้ ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ "นายเจมส์ บูลลาร์ด" กล่าวว่า การที่นายกฤษณะมูรติ มุ่งความสนใจไปยังผลบวกที่ตลาดได้รับในทันทีหลังการประกาศนโยบายเฟด ถือเป็นความเข้าใจที่ผิดพลาด พร้อมแสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปที่ว่า สิ่งนี้ส่งผลบวกต่อตลาดเพียงแห่งเดียว และไม่ส่งผลมากนักต่อสินทรัพย์หลากหลายประเภท
ขณะที่ อดีตรองประธานคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด "นายอลัน บลินเดอร์" กล่าวไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่า การขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะไม่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาด โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในระยะนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นอย่างมากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี เหนือ 2.80 % หลังจากเฟดส่งสัญญาณว่า อาจจะเริ่มต้นปรับลดขนาดคิวอีใน อนาคต





