"ฟิทช์"เผยอินเดียกับอินโดนีเซียอาจถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ หากรัฐบาลไม่ยับยั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กำลังลดลง
ฟิทช์จัดให้อินเดียกับอินโดนีเซียอยู่ในอันดับ BBB - พร้อมแนวโน้มมีเสถียรภาพ แต่การเทขายในตลาดเกิดใหม่ที่เกิดขึ้นในระยะหลัง ผลจากการวิตกว่าเฟดจะเริ่มลดการเข้าซื้อพันธบัตร สร้างแรงกดดันแก่ประเทศต่างๆ
ฟิทช์กล่าวว่าเหตุการณ์ทั้งหลายยังไม่นำไปสู่การปรับลดความน่าเชื่อถือในขณะนี้ แต่ระบุว่าทางการอินเดียกับอินโดนีเซียจะต้องสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กลับคืนมา เพราะการขยายตัวของสินเชื่อภาคเอกชนอย่างรวดเร็ว การขาดดุลการคลังที่มากขึ้น หรือเงินเฟ้อในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากขึ้นไปอีก ทั้งยังอาจบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน จนกระทั่งนำไปสู่การปรับลดความน่าเชื่อถือในที่สุด
เมื่อวานนี้ เงินรูปีของอินเดียร่วงลงอีก 1.5% เหลือต่ำกว่า 65 รูปีต่อดอลลาร์ ทำให้นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์เงินรูปีร่วงลงไปแล้ว 5% ส่วนอินโดนีเซียก็ได้รับผลกระทบจากกระแสเงินไหลออกเช่นกัน
ด้านค่าเงินของบราซิลดิ่งลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีแม้ธนาคารกลางใช้เงิน 30,000 ล้านดอลลาร์เข้าแทรกแซงในตลาดสวอป
นักวิเคราะห์ของไอเอ็นจีกล่าวว่าภาวะหมีขยายตัวออกไปนอกเหนือจากอินเดีย แอฟริกาใต้ ตุรกี อินโดนีเซีย และบราซิล อันเป็นตลาดที่ถูกเทขายเป็นด่านแรกเพราะพึ่งพาเงินทุนต่างชาติ ส่วนประเทศอื่นอย่างไทยและเม็กซิโกที่มีกระแสทุนและการขยายตัวของสินเชื่อแข็งแกร่ง ก็ดูเปราะบางเช่นกัน เพราะการคาดหมายการเติบโตนั้นอิงกระแสทุนด้วย
นักวิเคราะห์ยังไม่มั่นใจว่ากระแสเทขายยุติลงแล้ว เพราะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีเงินดอลลาร์ไหลเข้ามาในตลาดเกิดใหม่หลายล้านล้านดอลลาร์ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าจริงๆ แล้วเงินไหลออกยังอยู่ในปริมาณน้อย อันสะท้อนว่าจะมีกระแสเงินไหลออกอีก
ข้อมูลจากลิปเปอร์ ระบุว่าในช่วง 3 เดือนถึงสิ้นสุดเดือนก.ค. กองทุนเพื่อการร่วมลงทุนในตลาดเกิดใหม่ มีกระแสเงินไหลประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์ หรือไม่ถึง 2% ของสินทรัพย์ทั้งหมดที่กองทุนต่างๆ บริหารกันอยู่
เจ้าหน้าที่ระดับสูงแห่งแบริง แอสเซต แมเนจเมนต์ กล่าวว่าในระยะกลางถึงระยะยาว บริษัทของเขามองแง่บวกเกี่ยวกับตลาดเกิดใหม่ เพราะการไหลของกระแสเงินสะท้อนถึงปรับตัวเชิงโครงสร้างมากกว่าการการเปลี่ยนแปลงของวงจรด้านการจัดสรรสินทรัพย์ในโลก แต่ในระยะสั้นจะมีความผันผวนมากกว่านี้





