เอดีบีชี้เศรษฐกิจเอเชียมีแนวโน้มติดกับดักรายได้ปานกลาง แนะชาติรายได้น้อยพุ่งเป้าพัฒนาภาคการผลิต
หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่เศรษฐศาสตร์เอดีบี นายชางยอง รี แถลงว่า เศรษฐกิจเอเชียส่วนใหญ่กำลังเคลื่อนย้ายออกจากภาคเกษตร มุ่งตรงไปยังภาคบริการ โดยก้าวข้ามภาคอุตสาหกรรมไป ซึ่งประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เคยแสดงให้เห็นแล้วว่า ไม่มีประเทศใดสามารถก้าวขึ้นมาสู่การเป็นประเทศรายได้สูงได้ โดยที่ไม่มีการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในระดับที่สำคัญ
ในการศึกษาประเทศต่างๆ 100 ประเทศนั้น เอดีบีพบว่า เศรษฐกิจที่ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศรายได้สูง ซึ่งวัดจากการมีรายได้ต่อหัวประชากรเหนือระดับ 15,000 ดอลลาร์นั้น มีสัดส่วนของภาคอุตสาหกรรม อยู่ในยอดรวมผลผลิต และการจ้างงานของประเทศอย่างน้อย 18% ซึ่งถ้าหากไม่สามารถทำได้เช่นนี้ ประเทศนั้นๆ ก็จะพบกับความยากลำบากในการปลดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง
ผลศึกษาดังกล่าว ยังบ่งชี้ว่า ฟิลิปปินส์ อินเดีย ศรีลังกา และปากีสถาน อยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียที่ใช้ภาคเกษตรขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และมีการก้าวข้ามภาคอุตสาหกรรมไปหาภาคบริการโดยตรง ซึ่งวิธีปฏิบัติดังกล่าว ทำให้ประเทศเหล่านี้ สามารถสร้างได้แต่ตำแหน่งงานภาคบริการคุณภาพต่ำเท่านั้น เพราะขาดความยั่งยืนของภาคผลิต
นายรี อธิบายด้วยว่า หากประเทศใดขาดประสบการณ์ในการผลิต ก็จะไม่สามารถทำให้เกิดตำแหน่งงานภาคบริการคุณภาพสูง อย่าง งานด้านไอที หรือกฎหมาย ได้ง่ายนัก
ผลศึกษาเอดีบียังแสดงให้เห็นว่า ภาคเกษตรคิดเป็นสัดส่วนเพียง 10.9% ของยอดรวมผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ของ 45 ชาติ หรือดินแดน ไล่ตั้งแต่เอเชียกลาง ไปจนถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่น แม้ว่าภาคเกษตรจะมีสัดส่วนการจ้างงานสูงถึง 42.8% ของยอดรวมการจ้างงานในภูมิภาคก็ตาม





