เม็กซิโกลดการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ลง หลังจากเศรษฐกิจไตรมาส 2 หดตัว นับเป็นการติดลบครั้งแรกตั้งแต่วิกฤติการเงินโลกปี 2552
แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัว 1.8% ปีนี้ ลดลงจากก่อนหน้านี้ที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.1% ซึ่งก็ถือเป็นการปรับลดลงมาแล้วจาก 3.5% ในการคาดการณ์ครั้งก่อน
การปรับลดคาดการณ์มีขึ้นหลังจากเศรษฐกิจไตรมาส 2 ขยายตัวน้อยกว่าที่คาดไว้ที่ 1.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และเมื่อนับช่วงครึ่งปีแรกแล้วเศรษฐกิจโตเพียง 1% นอกจากนั้น เศรษฐกิจยังหดตัว 0.74% ในไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ผลจากกิจกรรมภาคบริการและอุตสาหกรรมที่ลดลง
กระทรวงการคลังระบุว่าเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของความต้องการซื้อภายนอกประเทศซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555 รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกซบเซา แต่ย้ำว่าเม็กซิโกมีรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และการปฏิรูปโครงสร้างที่ประธานาธิบดีกำลังผลักดัน จะช่วยหนุนนำการเติบโต
กระทรวงการคลังคาดว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะเพิ่มขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ ซึ่งน่าจะทำให้เม็กซิโกส่งออกได้มากขึ้น
ขณะที่คาดว่าความต้องการซื้อภายในประเทศและการจ้างงานจะสูงขึ้น เช่นเดียวกับการลงทุนสาธารณะและสินเชื่อธนาคาร
นักเศรษฐศาสตร์มองว่าการปรับลดคาดการณ์การเติบโตครั้งนี้ ค่อนข้างยึดติดกับความจริง เพราะเศรษฐกิจคงไม่สามารถขยายตัวได้สูงเท่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ เพราะประเทศได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมการผลิตในโลกที่ชะลอตัว





