วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อียิปต์นองเลือดตายร่วม500สังเวยสลายม็อบ

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงสุดในรอบหลายสิบปีในอียิปต์พุ่งกว่า 400 ราย หลังทางการสลายม็อบหนุนอดีตประธานาธิบดี"มอร์ซี"พร้อมประกาศภาวะฉุกเฉิน

นายโมฮัมเหม็ด ฟาตัลเลาะห์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุขอียิปต์ กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 421 ราย จากเหตุรุนแรงทั่วประเทศ ผลจากการสลายม็อบของกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ที่ชุมนุมกัน 2 จุดในกรุงไคโร และสถานการณ์บานปลายกลายเป็นเหตุวุ่นวายทั่วประเทศ เมื่อวันพุธ (14 ส.ค.)

นายฟาตัลเลาะห์ กล่าวว่า จุดชุมนุมที่มัสยิดราบา อัล-อะดาวิยา ซึ่งสนับสนุนนายมอร์ซีไปชุมนุมกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ มีผู้เสียชีวิต 137 ราย ส่วนที่จัตุรัสนาห์ดามีผู้เสียชีวิต 57 ราย และในจุดอื่นๆ ทั่วประเทศมีผู้เสียชีวิต 227 ราย

ขณะที่ กระทรวงมหาดไทย รายงานว่าตำรวจ 43 นายเสียชีวิต ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 464 ราย นับเป็นเหตุรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี หรือรุนแรงยิ่งกว่าช่วงที่มีการลุกฮือต่อต้านประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก เป็นเวลา 18 วัน จนในที่สุดนายมูบารัก ต้องลงจากอำนาจ

โฆษกกลุ่มที่สนับสนุนนายมอร์ซี เผยว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิตรวมถึงบุตรสาววัย 17 ปีของผู้นำกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ด้านสำนักข่าวสกายนิวส์ของอังกฤษ เผยว่า ช่างภาพชาวอังกฤษถูกยิงเสียชีวิตขณะทำข่าวด้วย

ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ

หลังจาก กองกำลังรักษาความมั่นคงสลายการชุมนุมในกรุงไคโร ก็ได้เกิดการปะทะกันทั่วประเทศ และเกิดการจลาจลในเมืองอเล็กซานเดรีย ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ทั้งยังมีการปะทะกันระหว่างกองกำลังรักษาความมั่นคงกับกลุ่มผู้สนับสนุนนายมอร์ซีในเมืองเบไฮรา สุเอซ อิสมาอิลลิยา อัสสิอุต และ เมนยา จนทำให้ทางการประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศเป็นเวลา 1 เดือน และประกาศเคอร์ฟิวหรือห้ามออกนอกเคหสถานยามวิกาล ใน 14 จังหวัด ตั้งแต่เวลา 19.00 - 06.00 น.

แม้มีการนองเลือดอย่างหนัก แต่สื่ออียิปต์ชื่นชมการสลายม็อบที่ยึดครอง 2 จุดในกรุงไคโรมาตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจนายมอร์ซี เมื่อวันที่ 3 ก.ค. โดยหน้าปกหนังสือพิมพ์อัล-อักบาร์ ระบุว่า "ฝันร้ายของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมสิ้นสุดแล้ว" ส่วนอีกหนึ่งฉบับพาดหัวว่า "การต่อสู้สุดท้ายของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม" พร้อมลงภาพผู้ประท้วงถืออาวุธและขว้างปาก้อนหิน แต่ไม่มีภาพศพผู้ประท้วงที่วางเรียงในห้องเก็บศพอันเต็มไปด้วยเลือด

ด้าน นายฮาเซม อัล-เบบลาวี นายกรัฐมนตรีรักษาการ ชื่นชมตำรวจที่อดกลั้น และว่า รัฐบาลมุ่งมั่นตามโรดแมพที่กองทัพวางไว้ให้มีการเลือกตั้งปีหน้า

"เอล บาราได" ลาออก

เหตุรุนแรงกระตุ้นให้นายโมฮัมเหม็ด เอล บาราได รองประธานาธิบดี เจ้าของรางวัลโนเบล ลาออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุผลว่าเสียใจกับการสูญเสียชีวิต และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุดังกล่าวสามารถหลีกเลี่ยงได้ เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้เป็นการยากที่เขาจะทำหน้าที่รับผิดชอบต่อการตัดสินใจต่างๆ ที่เขาไม่เห็นด้วยและผลลัพธ์มากมายที่จะตามมา

ภาพเหตุการณ์นองเลือดในกรุงไคโรได้รับการเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่หลายชาติทั่วโลก ตั้งแต่ชาติต่างๆ ในยุโรป อิหร่าน กาตาร์ ต่างประณามการใช้กำลังปราบปรามประชาชนของรัฐบาลรักษาการอียิปต์ โดยสหภาพยุโรปขอให้อียิปต์ยุติภาวะฉุกเฉิน

เดนมาร์กระงับความช่วยเหลืออียิปต์

นายกรัฐมนตรีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน แห่งตุรกี เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) จัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือสถานการณ์ในอียิปต์ ด้านเดนมาร์กประกาศระงับความช่วยเหลือด้านการพัฒนาแก่อียิปต์

ด้านสหรัฐเงินช่วยเหลืออียิปต์ด้านการทหาร 1,300 ล้านดอลลาร์และด้านเศรษฐกิจ 250 ล้านดอลลาร์ในแต่ละปี กำลังพิจารณาที่จะยกเลิกการซ้อมรบร่วมกับกองทัพอียิปต์ พร้อมประณามการใช้ความรุนแรงกับผู้ประท้วงและคัดค้านการใช้ภาวะฉุกเฉิน ขณะเดียวกัน เอกวาดอร์ได้เรียกเอกอัครราชทูตในอียิปต์ให้เดินทางกลับประเทศ ด้านประธานาธิบดีฝรั่งเศสเป็นผู้นำชาติแรกที่เรียกทูตอียิปต์ประจำฝรั่งเศสเข้าพบ พร้อมขอให้ยุติเหตุนองเลือดทันที และอียิปต์ต้องทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามกลางเมือง กระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ขอให้นักท่องเที่ยวเลี่ยงการเดินทางไปอียิปต์

"ภราดรภาพมุสลิม"กร้าวเดินหน้าประท้วง

กลุ่มภราดรภาพมุสลิม ซึ่งเป็นต้นสังกัดของนายมอร์ซี อ้างว่ามีผู้เสียชีวิตสูงถึง 2,200 ราย และบาดเจ็บกว่า 10,000 ราย จากการสลายม็อบในครั้งนี้ โดยนายเกฮัด อัล-ฮัดดัด โฆษกกลุ่ม ****ประกาศว่าจะเดินหน้าประท้วงอย่างสันติอีกในวันพฤหัสบดี (15 ส.ค.) และจะใช้วิธีที่ไม่รุนแรง กลุ่มยังมีความเข้มแข็งและแน่วแน่ โดยจะเดินหน้าไปจนกว่าการรัฐประหารของกองทัพยุติลง

ผู้สนับสนุนนายมอร์ซี ยืนยันว่า การชุมนุมดำเนินไปอย่างสันติ แต่ช่างภาพสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าเห็นผู้ประท้วงหลายคนพกพาอาวุธที่มัสยิดราบา

ขณะที่ นายโมฮัมเหม็ด อิบราฮิม รัฐมนตรีมหาดไทย กล่าวว่า จะไม่ยอมให้มีการประท้วงอีก

เหตุรุนแรงครั้งล่าสุดนับเป็นการพลิกผันครั้งใหญ่สำหรับกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ซึ่งเมื่อปีที่แล้วเพิ่งฉลองชัยชนะของนายมอร์ซีในฐานะประธานาธิบดีคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ระหว่างที่เขาบริหารประเทศก็เผชิญความวุ่นวายทางการเมือง การปะทะกันถึงขั้นเสียชีวิต และวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้ผู้คนหันหลังให้กลุ่มภราดรภาพ จนกระทั่งในวันที่ 30 มิ.ย. ผู้คนหลายล้านคนชุมนุมตามท้องถนน เพื่อเรียกร้องให้นายมอร์ซี ลาออก

กต.เผยคนไทยปลอดภัย

นายมนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวถึงสถานการณ์ในอียิปต์ ว่าไทยมีความห่วงใยและหวังว่ารัฐบาลอียิปต์จะสามารถนำความสงบมาสู่ประเทศโดยเร็วโดยอาศัยการพูดคุยกับทุกฝ่าย

นักศึกษาและคนไทยในอียิปต์ทุกคนปลอดภัยดี สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปอียิปต์ขอให้ตรวจสอบข่าว หากไม่แน่ใจสามารถสอบถามข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ ที่หมายเลข 0101 9401243 อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร กำชับให้นักศึกษาไทยและคนไทยในอียิปต์อยู่ในเคหสถาน และงดการเดินทางออกนอกที่พัก พร้อมแจ้งเตือนให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ 9 จุดอย่างเคร่งครัด ได้แก่ 1.ถนน Autostrad (จาก Nasr City ไปจนถึงสนามบิน) 2.ถนน Bahr Aazam, Giza 3.สะพาน El Gamaa, Giza 4.สะพาน 6th October 5.สะพาน 15th May 6.สะพาน Kasr el Nile 7.ถนน Salah Salem, Heliopolis 8.ถนน Marghani, Heliopolis และ 9.จัตุรัส 7 Omarat, Heliopolis