วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความต้องการทองคำโลกร่วงสุดรอบ4ปี

สภาทองคำโลก หรือดับเบิลยูจีซี ระบุ ความต้องการทองคำโดยรวมทั่วโลก ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีในไตรมาส 2

สภาทองคำโลก ระบุว่า ความต้องการทองของผู้บริโภค ซึ่งครอบคลุมเครื่องประดับทอง ทองแท่ง และเหรียญทอง พุ่งกว่า 50 % มาอยู่ที่ 1,083 ตันในไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน

อย่างไรก็ดี กองทุนอีทีเอฟทองคำ ซึ่งจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากทอง ขายทองสุทธิ 402.2 ตันในไตรมาส 2 ในขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองเพียง 71.1 ตันในไตรมาส 2 โดยปรับลดลง 93.4 ตัน จากระดับการเข้าซื้อ 164.5 ตัน เมื่อไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว

ปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ความต้องการทองคำโดยรวมดิ่งลง 12 % มาอยู่ที่ 856.3 ตันในไตรมาส 2 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2552 เป็นต้นมา

กรรมการผู้จัดการฝ่ายการลงทุนของสภาทองโลก "นายมาร์คัส กรับบ์" แสดงความเห็นว่า หากวัดเป็นปริมาณทองคำแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า ความต้องการจะลดลงในปีนี้หากวัดเป็นตัน

ตั้งแต่ต้นปีนี้ ราคาทองคำดิ่งลงมาแล้วราว 20 % และได้ลงไปแตะจุดต่ำสุดรอบ 3 ปีที่ 1,180.71 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนมิถุนายน โดยราคาทองอยู่ที่ระดับราว 1,320 ดอลลาร์ในปัจจุบัน และรูดลงมาแล้วราว 600 ดอลลาร์ จากสถิติสูงสุดที่ 1,920.30 ดอลลาร์ที่ทำไว้เมื่อเดือนกันยายน 2554

นอกจากนี้ สภาทองคำโลกยังคาดว่า ภาครัฐบาลจะซื้อทองเพียง 300-350 ตันในปีนี้ โดยลดลงจาก 544.4 ตันในปี 2555 โดยปริมาณการซื้อทองของภาครัฐบาลในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ลดลง 100 ตัน

ทั้งนี้ อินเดียและจีนเป็นสองประเทศ ที่มีความต้องการทองคำจากผู้บริโภคสูงที่สุดในโลก โดยความต้องการในเครื่องประดับทอง ทองแท่ง และเหรียญทองในอินเดียพุ่งขึ้น 71% มาอยู่ที่ 310 ตัน ในขณะที่จีนมีความต้องการเพิ่มขึ้น 87% มาอยู่ที่ 275.7 ตัน