วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อินเดียสูญเสียแรงดึงดูดทุนต่างชาติ

อินเดียตกอยู่ในภาวะเสี่ยงสูญตำแหน่งฐานการลงทุนสำคัญ หลังนักลงทุนต่างชาติย้ายฐานการผลิต

ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเอเชีย อย่างอินเดีย กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญเสียชื่อเสียงในฐานะจุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจ หลังทุนต่างชาติจำนวนหนึ่ง พากันถอนตัวออกไปเมื่อเร็วๆ นี้ สถานการณ์ที่ทำให้ประเทศต้องเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น ในความพยายามที่จะฟื้นตัวจากภาวะชะลอตัวครั้งเลวร้ายสุดในรอบกว่าทศวรรษ

เศรษฐกิจอินเดีย ต้องการเงินทุนต่างประเทศอย่างมาก เพื่อช่วยในการฟื้นตัว แต่ความหวังดังกล่าวก็ยิ่งมืดหม่นลง จากการที่นักลงทุนรายใหญ่ 2 รายในอุตสาหกรรมเหล็ก อย่างอาร์เซเลอร์มิตตัล และปอสโก พากันยกเลิกการลงทุนที่มีมูลค่าโดยรวมมากกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยให้เหตุผลถึงการล่าช้าอย่างผิดปกติ ในการจัดหาที่ดิน หรือสิทธิในการทำเหมือง เพราะเจอกับการประท้วงของชาวบ้านในพื้นที่

นอกจากนี้ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กระแสการลงทุนโลกยังลดลงอย่างหนัก เพราะภาวะไร้เสถียรภาพในเศรษฐกิจมหภาค และความไม่แน่นอนในด้านนโยบาย ที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน ซึ่งแม้สถานการณ์นี้ จะส่งผลกระทบต่อกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุด อย่าง บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน แต่ดูเหมือนว่า อินเดียจะได้รับผลกระทบในเรื่องนี้มากที่สุด เพราะนักลงทุนมองว่า เป็นประเทศที่ยากลำบากในการเข้าไปทำธุรกิจ

บรรดานักลงทุน พากันชี้ถึงอุปสรรคการเข้าลงทุน ในอินเดีย ประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดาวรุ่งเศรษฐกิจของโลก ซึ่งรวมถึง ขั้นตอนทางราชการที่ซ้ำซ้อน ความล่าช้าในการอนุมัติ และกฎข้อบังคับที่ไม่แน่นอน ซึ่งกรรมาธิการวางแผนแห่งชาติ นายอรุณ ไมรา ยอมรับว่า สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรต่อการทำธุรกิจ อัตราดอกเบี้ยสูง ต้นทุนการนำเข้า รวมถึงค่าเงินรูปีที่อ่อนค่า ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลเสียต่อการลงทุน

ในช่วงปี 2555-2556 อินเดียมียอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศลดลงถึง 36% มาอยู่ที่ 22,400 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับการลงทุน 35,000 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้านี้ แม้ว่ารัฐบาลอินเดียจะผ่อนกฏระเบียบใน 12 ภาคธุรกิจ ซึ่งรวมถึงค้าปลีก โทรคมนาคม ประกันภัย และการบิน

การถอนตัวของนักลงทุนต่างชาติ มักจะพบในภาคธุรกิจไฟฟ้า โทรคมนาคม และการเงิน ซึ่งรวมถึงบริษัท 3ไอ ของอังกฤษ ที่เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานในอินเดีย ขณะที่มอร์แกน สแตนเลย์ และรอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ ก็ลดการดำเนินธุรกิจในอินเดียลงอย่างมาก