ยอดขายรถยนต์ในสหรัฐทะยานขึ้นสูงสุดในเดือนก.ค.สูงสุดตั้งแต่ปี 2549 โดยได้แรงหนุนจากการผู้บริโภคเปลี่ยนรถยนต์เป็นรุ่นใหม่
รองประธานบริหารโตโยต้า "นายบิล เฟย์" ระบุว่า ยอดขายรถที่แข็งแกร่งเดือนกรกฎาคม บ่งชี้ถึงตลาดรถที่มีเสถียรภาพซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสูงขึ้น
ขณะข้อมูลจากออโต้ดาต้า แสดงให้เห็นว่า ยอดขายรถยนต์โดยรวมเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ทั้งนี้ ยอดขายต่อปีที่ปรับแล้วในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 15.7 คัน ลดลงมาจาก 16 ล้านคันในเดือนมิถุนายน แต่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 14.1 ล้านคันเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ตัวเลขดังกล่าว นับเป็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่น่าทึ่งจากเศรษฐกิจถดถอย และวิกฤติการเงินเมื่อปี 2551 ที่ทำให้เจนเนอรัล มอเตอร์ และไครสเลอร์ต้องล้มละลายจากยอดขายที่ตกต่ำเหลือเพียง 9.1 ล้านคันเท่านั้น
นายอเล็ก กูเตียเรซ นักวิเคราะห์ยานต์ยนต์ ระบุว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ยังได้แรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งในรถปิ๊กอัพ และรถครอสโอเวอร์ ส่วนรถยนต์ประเภทอื่น ยังต้องจับตามองอยู่ จากผลกระทบราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงกลางปี
ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์เดือนกรกฎาคมของโตโยต้าสูงขึ้น 17% จีเอ็ม 16% ไครสเลอร์ 11% ซึ่งเป็นยอดขายที่ดีที่สุดของบริษัทใน 7 ปี ฟอร์ด11% ฮอนด้า 21% ฮุนได 6% เมอร์ซีเดส-เบนซ์ 19% และบีเอ็มดับเบิลยู13%
ในทางกลับกัน โฟล์กสวาเก้นซึ่งกำลังขยายตลาดในสหรัฐกลับมียอดขายตกลง 3%





