"ฟิทช์"ปรับลดแนวโน้มหนี้สาธารณะมาเลเซียเป็นลบ อ้างว่าโอกาสในการปฏิรูปเพื่อจัดการกับภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นของมาเลเซียไม่สดใส
การปรับลดแนวโน้มจากระดับ "มีเสถียรภาพ" เป็น "ลบ" เพิ่มความกังวลต่อหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นของมาเลเซีย ในช่วงเวลาที่ค่าเงินริงกิตถูกกดดันจากการไหลออกของกองทุนตราสารหนี้ และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะยุตินโยบายการเงินผ่อนคลายการเงิน
ฟิทช์แถลงว่า โอกาสในการปฏิรูปงบประมาณ และการปรับภาวะการคลังให้เข้าสู่สมดุล เพื่อแก้ไขฐานะการคลัง แย่ลงตั้งแต่รัฐบาลมีที่นั่งลดลงในการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แม้ยังรักษาเสียงข้างมากไว้ได้
นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก ซึ่งอาจเผชิญการท้าทายในตำแหน่งหัวหน้าพรรคช่วงเดือนต.ค. ประกาศว่าจะไม่ดำเนินมาตรการใหม่ๆ เพื่อลดการขาดดุลการคลัง อย่างการเก็บภาษีการบริโภค หรือลดเงินอุดหนุนเชื้อเพลิงและอาหาร
ฟิทช์ชี้ว่า รายได้จากปิโตรเลียมคิดเป็นหนึ่งในสามของรายได้รัฐบาลมาเลเซีย เช่นเดียวกับเม็กซิโกที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+ ขณะที่ตราสารหนี้ต่างประเทศระยะยาวของมาเลเซียอยู่ในระดับ A-
การขาดดุลในระดับสูงเป็นเวลานาน ผลักดันให้หนี้ของรัฐบาลมาเลเซียสูงถึง 53.3% ของจีดีพี เมื่อช่วงสิ้นปี 2555 จาก 39.8% ณ สิ้นปี 2551 ขณะที่มาเลเซียตั้งเป้าลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือ 3% ภายในปี 2558 จากที่ฟิทช์เคยประเมินว่าขาดดุล 4.7% ในปีที่แล้ว





