ตูนิเซียระส่ำ หลังมือปืนสังหารแกนนำฝ่ายค้าน ก่อให้เกิดความปั่นป่วนทางการเมืองครั้งใหม่รวมถึงการประท้วง และการนัดหยุดงาน
สายการบินแห่งชาติตูนิสแอร์ และบรรดาสายการบินยุโรปพากันยกเลิกเที่ยวบิน ส่วนประชาชนก็ออกมาชุมนุมตามท้องถนน ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลรู้เห็นเป็นใจกับการลอบสังหารฝ่ายค้าน
ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่านายโมฮาเหม็ด บราห์มี จากพรรคการเคลื่อนไหวเพื่อประชาชน ถูกลอบสังหารนอกบ้านพักในเมืองอาเรียนา ใกล้กรุงตูนิส โดยฝีมือของมือปืนที่ขี่รถจักรยานยนต์ ขณะที่สำนักงานอัยการเผยว่าผลการชันสูตรศพพบว่านายบราห์มีถูกกระหน่ำยิง 14 นัด
เมื่อข่าวการลอบสังหารแกนนำฝ่ายค้านแพร่ออกไป ผู้ประท้วงที่โกรธแค้นหลายพันคนพากันออกมาชุมนุมตามท้องถนนในกรุงตูนิสและเมืองซิดีบูซิด ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของการปฏิวัติอาหรับสปริงและเป็นบ้านเกิดของนายบราห์มี
ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม เพราะผู้ประท้วงพยายามตั้งเต้นท์หวังชุมนุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก เพราะนายบราห์มีเป็นผู้วิจารณ์รัฐบาลคนที่ 2 ที่ถูกลอบสังหาร
หนังสือพิมพ์หลายฉบับคาดว่าประเทศจะไร้เสถียรภาพ นักวิเคราะห์คนหนึ่งระบุว่าเหตุผลเบื้องหลังการลอบสังหารแกนนำฝ่ายค้านทั้ง 2 รายคือการขัดขวางการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย
ความตึงเครียดทางการเมืองในตูนิเซียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการเคลื่อนไหว"ทามารอด" หรือปฏิวัติ เหมือนในอียิปต์ ที่นำไปสู่การยึดอำนาจประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด มอร์ซี
นายบราห์มีได้รับการเลือกตั้งเมื่อเดือนต.ค. 2554 ในฐานะสส.เมืองซิดีบูซิก ซึ่งเป็นเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นการลุกฮือของประชาชน จนในที่สุดทำให้ประธานาธิบดีไซเน เอล อบิดีน เบน อาลี ต้องหนีออกนอกประเทศ





