การประท้วงตามท้องถนนในบราซิล ตุรกี ภาวะขาดแคลนเงินสดในระบบการเงินจีน การนัดหยุดงานในแอฟริกาใต้ ทำให้นลท.ทิ้งตลาดเกิดใหม่
สถานการณ์ดังกล่าว บ่งชี้ให้เห็นถึงความกดดันที่กำลังเพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจกำลังพัฒนา ประกอบกับการส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจลดปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตร ยิ่งทำให้เหตุการณ์ดูย่ำแย่ลง สำหรับบรรดาประเทศที่เป็นตัวขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกมากถึง 75% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
ประเทศเหล่านี้ถือว่ามีความแตกต่างกันในแง่ของพัฒนาการทางการเมือง และเศรษฐกิจ และสาเหตุการประท้วงในแต่ละสถานที่ก็เกิดจากความไม่พอใจในเรื่องเฉพาะด้าน ไล่ตั้งแต่ชาวบราซิลที่เจอค่าโดยสารแพงขึ้น ไปจนถึงชาวตุรกี ที่กังวลว่าสวนสาธารณะจะถูกทำลาย
ตั้งแต่เปลี่ยนศตวรรษเป็นต้นมา นักลงทุนปฏิบัติต่อตลาดเกิดใหม่ในฐานะสินทรัพย์ด้านการลงทุนชั้นดี ดันให้หลายตลาดผงาดขึ้นมาในเวทีโลก เช่น การทะยานเข้าสู่ระบบค้าขายโลกของจีน
นอกจากนี้ แนวคิดอย่างการก่อตั้งกลุ่มบริคส์ ที่สมาชิกดั้งเดิมประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน ก่อนแอฟริกาใต้มาเข้าร่วมในภายหลัง ยิ่งทำให้ความคิดถึงเรื่องการปฏิบัติต่อประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายแบบเป็นหนึ่งเดียวกันนั้น เข้มแข็งมากขึ้น
แนวคิดที่ว่าทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยระหว่างปี 25546 - 2553 ผลตอบแทนของดัชนีหุ้นในตลาดเกิดใหม่พุ่งขึ้น 19% อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 6.8% และสินเชื่อ 11% เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของดัชนีสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ 500(เอส แอนด์ พี) 500 ที่ 4.1%
อย่างไรก็ตาม แรงขับเคลื่อนดังกล่าว กำลังตกอยู่ในภาวะชะงักงัน โดยในเดือนมิ.ย.นี้ ยอดส่งออกสินค้าใหม่ ในดัชนีผู้จัดการจัดซื้อเอชเอสบีซี สำหรับจีน ร่วงลงมาอยู่ 44.0 จุด ซึ่งระดับต่ำกว่า 50 จุดบ่งชี้ถึงภาวะหดตัว
ข้อมูลจากแคปิตัล อิโคโนมิคส์ บริษัทด้านการวิจัย ยังแสดงให้เห็นว่า การขยายตัวของตลาดเกิดใหม่ชะลอตัวลงมาอยู่ในระดับที่่อ่อนแอสุด นับแต่วิกฤติการเงินโลก
ในช่วงแรกของปีนี้ อัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยของตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย ละตินอเมริกา และยุโรป ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 4% ต่อปี เทียบกับในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ที่เศรษฐกิจเกิดใหม่มีการขยายตัวโดยเฉลี่ยที่ 6.4%
ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เมื่อเดือนเม.ย. ของหลายประเทศ ยังบ่งชี้ว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของปีนี้ ไม่น่าจะดีขึ้นไปกว่านี้แล้ว
ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นข่าวร้ายทำลายความหวังของานักเศรษฐศาสตร์ และเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายประเทศต่างๆ ในเรื่องที่ว่า ตลาดเกิดใหม่ จะเป็นแรงขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และหนุนความต้องการที่ซบเซาในตลาดพัฒนาแล้ว
เศรษฐกิจที่ขยายตัวช้าลง ส่วนหนึ่งยังเป็นผลมาจากความไม่พอใจของประชาชนที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อปีที่แล้ว จีดีพีของตุรกีขยายตัว 2.5% ลดลงจาก 9.2% เมื่อปี 2553 ส่วนรัสเซียมีอัตราการเติบโตในปีที่ผ่านมาลดลงมาอยู่ที่ 3.4% จาก 4.3% เมื่อปี 2553 และ 2554 บราซิลเองก็เจอกับเศรษฐกิจที่ดิ่งลงอย่างหนักในช่วงดังกล่าวเช่นกัน





