ผลการศึกษาชี้ประเทศต่างๆในเอเชีย ใกล้ขึ้นแท่นผู้ใช้จ่ายด้านกลาโหมรายใหญ่สุด แซงหน้าสหรัฐ ภายในปี2564 กระตุ้นการค้าอาวุธโลกเพิ่มขึ้นอย่างมาก
รายงานของไอเอชเอส เจนส์ ที่ปรึกษาด้านกลาโหมและความมั่นคง ระบุว่า การค้าอาวุธโลกเพิ่มขึ้น 30% เป็น 7.35 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.2 ล้านล้านบาท) ระหว่างปี 2551-2555 ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจซบเซา โดยได้แรงขับจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากจีน และความต้องการจากประเทศต่างๆ อย่างอินเดีย โดยจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในปี 2563
นายพอล เบอร์ตัน ผู้จัดการอาวุโสไอเอชเอส เจนส์ กล่าวว่า งบประมาณกำลังเปลี่ยนมายังโลกตะวันออก และการค้าอาวุธในโลกก็เพิ่มขึ้น จนถือเป็นการเพื่องฟูด้านการค้าอาวุธครั้งใหญ่
สหรัฐเป็นผู้ใช้จ่ายด้านกลาโหมรายใหญ่สุดของโลกในทศวรรษที่ผ่านมา แต่การตัดงบประมาณกลาง ผลจากการถอนทหารออกจากประเทศต่างๆ อย่างอัฟกานิสถาน จะทำให้รายจ่ายด้านนี้ของสหรัฐเหลือเพียง 30% ภายในปี 2564 และตามหลังเอเชียซึ่งมีค่าใช้ด้านกลาโหมคิดเป็น 31% ของโลก
ค่าใช้จ่ายด้านการทหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงจีน อินเดีย และอินโดนีเซีย จะเพิ่มขึ้น 35% เป็น 5.01 แสนล้านในแปดปีข้างหน้า เปรียบเทียบการใช้จ่ายของสหรัฐที่ลดลง 28% เหลือ 4.72 แสนล้านในช่วงเดียวกัน
คาดว่าจีนจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม 64% เป็น 2.07 แสนล้านภายในปี 2564 ส่วนอินเดียและอินโดนีเซียคาดว่าจะเพิ่มงบใช้จ่ายด้านกลาโหม 54% และ 113% ตามลำดับ





