วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธุรกิจอ่วมพิษหมอกควันสิงคโปร์

หมอกควันพิษจากไฟไหม้ป่าอินโดนีเซีย ส่งผลกระทบต่อธุรกิจบางส่วนในสิงคโปร์แล้ว

หมอกควันพิษจากไฟไหม้ป่า ที่กระจายปกคลุมพื้นที่บางส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจบางส่วนในสิงคโปร์แล้ว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และค้าปลีก ทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของทั้งภูมิภาคเป็นวงกว้างมากขึ้น หากปัญหานี้ยังยืดเยื้อ

มลพิษดังกล่าว เริ่มขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว จากการที่เกษตรกรบนเกาะสุมาตรา จุดไฟเผาพื้นที่เกษตรเพื่อเตรียมสำหรับการเพาะปลูกรอบใหม่ และไฟในบางจุดลุกแรงจนเกินการควบคุม ทั้งยังไหม้ลึกลงไปใต้ดิน ยิ่งทำให้การดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก

อินโดนีเซียเผยว่า อยู่ระหว่างการสอบสวนบริษัทเกษตร 8 ราย เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดไฟป่า ขณะภาคธุรกิจสิงคโปร์แสดงความหวังว่า หมอกควันพิษเหล่านี้ จะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

แม้มีปัญหามลพิษรุนแรง แต่คนงานตามไซต์ก่อสร้างต่างๆ ยังต้องทำงานไปตามปกติ ขณะที่พนักงานบริษัท และในตลาดการเงินนั้น บางคนเลือกที่จะทำงานอยู่กับบ้าน ส่วนเที่ยวบินของสนามบินชางงีก็ทิ้งช่วงห่างระหว่างกันออกไปมากขึ้น เพราะทัศนวิสัยที่ย่ำแย่

อย่างไรก็ดี เครือข่ายร้านอาหารจานด่วนหลายราย รวมถึง แมคโดนัลด์ และพิซซ่าฮัท งดให้บริการส่งถึงบ้าน เพื่อปกป้องพนักงานจากมลภาวะทางอากาศดังกล่าว ขณะบริษัทบางแห่งแจกหน้ากาก หรือแม้กระทั่งติดตั้งเครื่องกรองอากาศ ส่วนรัฐบาลก็ขอให้ธุรกิจต่างๆ ลดเวลาทำงานกลางแจ้งของพนักงานให้เหลือน้อยที่สุด

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวอย่างมาก เริ่มได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้แล้ว โดยรีสอร์ท เวิลด์ เซนโตซา ต้องปิดสถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้งหลายแห่ง ขณะที่สำนักงานอนุรักษ์สัตว์ป่าสิงคโปร์ ผู้ดำเนินกิจการสวนสัตว์ ระบุว่า มีผู้เข้ามาเที่ยวน้อยลง

ผู้จัดการใหญ่โรงแรมแชงกรีลาในสิงคโปร์ "นายแมนเฟรด เวเบอร์" บอกว่า โรงแรมมีแขกลดระยะเวลาการพำนักมากขึ้นเพราะปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ดี จำนวนการยกเลิกห้องพักยังไม่เพิ่มขึ้นจนเป็นที่ผิดสังเกต แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยในระยะใกล้นี้ ที่น่าจะส่งผลกระทบมากที่สุด คือ การจองห้องสำหรับการจัดสัมมนาการประชุม
ขณะนักวิเคราะห์จากบาร์เรลย์ส "นางโจอี้ จิว" ประเมินว่า ผลกระทบทางการเงินจากปัญหาหมอกควัน น่าจะอยู่ประมาณ 300-400 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยสันนิษฐานจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศลดลง และยอดค้าปลีกที่ลดลง 10% ในช่วง 1 เดือน

อย่างไรก็ดี นางจิว ชี้ว่า การคาดการณ์ดังกล่าวอาจเป็นการมองแง่ดีเกินไป เพราะสถานการณ์รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยตัวเลขขาดทุนอาจสูงกกว่านี้มาก หากรัฐบาลขอให้ยุติการดำเนินกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหมด รวมถึง การก่อสร้าง
ด้านสมาคมค้าปลีกระบุว่า ยอดขายของอุตสาหกรรมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงไปราว 12% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยยอดขายย่านชานเมืองได้รับผลกระทบน้อยกว่าในเมือง เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เลือกซื้อของใกล้บ้าน
กระนั้น ยังมีบางธุรกิจที่มองเรื่องนี้ว่าเป็นโอกาสสำหรับเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ มีทั้งบริษัทท่องเที่ยว ที่นำเสนอเที่ยวบินราคาถูกลง สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ ในช่วงที่ดัชนีมลพิษทางอากาศยังอยู่เหนือระดับ 150 ขณะที่สายการบินทุนท้องถิ่น อย่าง สกูต และไทเกอร์ ก็พยายามจูงใจให้ลูกค้าเดินทางไปยังประเทศที่มีสภาพอากาศบริสุทธิ์กว่า อย่าง ซิดนีย์