ประธานธนาคารโลก "จิม ยอง คิม"แสดงความวิตกถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจ หลังธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มเพิ่มความเข้มงวดในนโยบายการเงิน
นายคิม ระบุว่า ธนาคารโลกจับตามองถึงผลกระทบที่จะเกิดจากการดำเนินนโยบายดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องสำหรับการช่วยเหลือด้านการพัฒนา
ท่าทีของนายคิมมีขึ้นหลังนายธนาคารกลางชาติพัฒนาแล้ว ได้นำเอานโยบายการเงินต่างๆ เข้ามาใช้ เพื่อมุ่งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึง การกำหนดเพดานดอกเบี้ยในระดับต่ำมาก และโครงการเข้าซื้อพันธบัตร ที่มีเป้าหมาย เพื่อรักษาต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวให้อยู่ในระดับต่ำ แต่เมื่อเร็วๆ นี้ บรรดานักลงทุนพากันแสดงความกังวล ถึงการตอบสนองของตลาด ต่อการที่ธนาคารเริ่มคุมเข้มนโยบาย
นายคิม ระบุว่า ผลกระทบที่อาจเกิดต่อประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งได้ประโยชน์จากการผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยนั้น เป็นเรื่องที่น่ากังวลเช่นกัน พร้อมกล่าวยกย่องศรสองดอกแรกในจำนวนสามดอกของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ใช้กระตุ้นการเจริญเติบโตทางการคลัง และนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน แต่กล่าวว่า ตลาดยังไม่ชัดเจนกับศรดอกที่สาม ที่รัฐบาลประกาศว่าจะใช้มาตรการจำนวนหนึ่งรวมถึงการลดภาษี และยืดหยุ่นด้านแรงงานมากขึ้น
สำหรับจีน เขาไม่ค่อยกังวลต่อการชะลอตัวของจีนเท่าใดนัก โดยธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตอย่างมั่นคง 7.9%-8.2% ในสามปีข้างหน้า และกล่าวว่า รัฐมนตรีคลังคนใหม่และผู้ว่าการธนาคารกลางเป็นมือเก่าที่น่าเชื่อถือ ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ามีเค้าลางวิกฤตการเงินในแง่ของหนี้ในจีน





